Paris I - เมืองน้ำหอมและหอไอเฟล
posted on 17 Sep 2005 14:23 by londonboi in Franceปารีสเป็นอะไรที่ผมคาดไม่ถึงว่ามันจะสวยขนาดนี้ มองไปตรงไหนก็ สวย สวย สวย มีคนบอกผมก่อนมาฝรั่งเศสว่า คนปารีสหยิ่งในภาษาของเขามาก ไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเลย เขาฟังรู้เรื่องนะแต่เขาจะตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส เมื่อผมไปที่นี่กลับพบว่ามันไม่เห็นเหมือนอย่างที่คนอื่นเจอเลย ผมไปที่ไหนก็เจอคนพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เชื่อในสิ่งที่คนอก มีพื่อนผมหลายคนที่ไปฝรั่งเศสมาก็เจอแต่คนพูดตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส
ปารีสนี่ใหญ่โตมากครับ ถ้าเทียบแล้วในความคิดผมปารีสมีความคล้ายคลึ่งกับกรุงเทพมากกว่าลอนดอน เมืองใหญ่โตแล้วก็ศูนย์กลางค่อนข้างกระจายเดินไปจากจุดหนึ่งสู่จุดหนึ่งได้ยากต้องนั่งรถ ในขณะที่ลอนดอน ศูนย์กลางจะกระจุกตัวอยู่เที่ยวเดียวกันเดินทะลุกันไปมาได้หมด

สัญลักษณ์ของปารีสนั้นก็คงไม่พ้นหอไอเฟลนี่ครับ จริงๆแล้วหอนี้สร้างขึ้นชั่วคราวเพื่องานแสดง World's Fair เมื่อปี 1889 เพื่อฉลองครบ 100 ปีของการบุกทำลายคุกบาสติวในช่วงการปฎิวัติฝรั่งเศส ถ้าจะให้เล่าเรื่องนี้ก็คงยาว คุกบาสติวเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจแห่งกษัตริย์ฝรั่งเศสเชียวละ เมื่อคนไม่พอใจในผู้ปกครองจากการกดขี่และเอารัดเอาเปรียบก็รวมใจกันปฎิวัติโดยเริ่มแรกจากการทำลายคุกบาสติวก่อนเลย ประชาธิปของฝรั่งเศษนั้นก็เกิดมาจากการหลังเลือดข่อนข้างมาก แต่ประเทศนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในความคิดด้านประชาธิปไตยเลยละ

โบส์ถเก่าแก่แห่งหนึ่งของปารีสที่แม้ภาพเก่าสมัยภาพวาดขาวดำยังเป็นแผนที่อยู่คงไม่มีอะไรโด่งดังเท่าวิหาร Notre Dame แล้วละ วิหารนี้สร้างมาน่าจะ 700-800 ปีแล้วตามแบบลักษณะโกติก ข้างในนั้นมีกระจกแก้วซึ่งต้องเข้าไปดูเองว่าเป็นยังไง ถ้าไปบริเวรนี้อย่าลืมไปเหยียบสัญลักษณะวิหารที่อยู่กับพื้นแถวข้างหน้าวิหารนะครับ เขาบอกว่าไปเหยียบแล้วจะได้กลับมาอีก

ถ้าพูดถึงพิพิธภัณฑ์แล้วก็คงยกให้ที่ ลูฟ เป็นที่ 1 เลยครับ ข้างหน้าจะมีปีรมิต ข้างในก็จะมีของเก่าแก่สะสม เห็นข้างหน้าแล้วไม่ต้องตกใจเพราะข้างในของที่ได้มาจากอียิปถ์ก็เยอะแยะมากมาย ประเทศฝรั่งเศสกับอังกฤษเนี่ยไม่รู้เป็นโรคอะไรชอบปล้นอียิปถ์ไปของโบราณๆมีค่ามากๆจากอียิปถ์มาอยู่ในพิพิธพันธ์นี้เยอะแยะ แต่นี่ยังเป็นส่วนน้อยเพราะประเทศพวกนี้เอามาจากทุกที่เมืองทุกประเทศที่ไป มีทั้งงานภาพเขียน ของชำร่วย และอย่างอื่นอีก

แถวชองอเลเซ่ก็คงเป็นแหล่ง shopping ที่คนจะไปซื้อของ มีร้านน้ำหอมร้านนึงหอมจนกลิ่นปนกันไปหมดแถวนี้ไฮโซมากๆ และสามารถพบเห็นถนนเส้นนี้ได้ที่ถนนราชดำเนินใน กทม ฮาๆ ต้าร์ชอบที่นี่มากๆเลยนะเหมือนที่ราชดำเนินมาก ไม่แปลกที่มีคนบอกว่าราชดำนินคือชองเอลิเซ่ของกรุงเทพ ต่างกันที่ตรงนั้นเป็นออฟฟิศของทางราชการไทยเป็นหลัก ส่วนที่นี่เป็นแหล่งธุรกิจช็อปปิ้ง

ประตูชัยทั้งหลายเนี่ยจะเห็นได้ทั่วยุโรป ศิลปะแบบนี้มีมาแต่สมัยโรมันแล้วเห็นได้ที่กรุงโรมเยอะแยะ ไว้จะเอามาลงใน Blog ต่อๆไปนะครับ ส่วนประตูชัยของปารีสนั้นสร้างขึ้นในสมัยที่ฝรั่งเศสนำโดยพระเจ้านโปเลียนรบชนะกับกองทัพนานาชาติ Russia กับ Austria ที่ Austerlitzเมื่อปี 1806 (ปัจจุบันเมืองนี้เรียกชื่อต่างไปเล็กน้อยอยู่ในเขตประเทศเช็ค)
ด้านข้างของประตูจะมีรูปนโปเลียนแกะสลักอยู่ในชุดโรมันเหมือนประกาศตัวว่าตัวเองเป็นซีซ่าร์เลยเลยมีความคิดที่จะบุกประเทศต่างๆเพื่อรวบรวมผืนแผ่นดินยุโรปให้เป็นปึกแผ่นเหมือนสมัยโรมัน พร้อมทั้งคิดจะบุกอังกฤษโดยการขุดอุโมงค์ใต้ดินลอดช่องแคบ (แต่ไม่ได้ทำ ไว้จะเล่านะครับว่าอังกฤษเตรียมพร้อมตรงนี้ในการสร้างอุโมงใต้ดินรับไว้เหมือนกัน)ถ้านโปเลียนรวมยุโรปได้ตั้งแต่ตอนนั้นผมว่าตอนนี้อเมริกาคงไม่ได้เบ่งขนาดนี้หรอกครับ แต่ทางเอเชียก็คงกลายเป็นเมืองขึ้นกันอยู่ต่อไป
มันเป็นเรื่องน่าตลกมากที่ไม่มีใครยอมรับความคิดของนโปเลียนมาถึง 200 ปี (เพราะนโปเลียนใช้นโยบายด้านสงครามด้วยละ)แต่สุดท้ายชาติยุโรปก็ดันมารวมตัวกันในกลุ่มความร่วมมือ European Union โดยฝรั่งเศสนี่แหละก็เป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตี ส่วนการสร้างทางเชื่อมลอดช่องแคบอังกฤษฝรั่งเศสนั้นก็ได้ทำด้วยความร่วมมือกันอย่างดีจนสำเร็จในปี 1994



ผมชอบวิวของที่นี่ในตอนกลางคืนนะ มันเปล่งอล่างโฉ่งแฉะมากๆ อย่างโรงแรมก็ประดับสีทองๆ ดูเป็นไฮโซอย่างกะสวรรค์เลยละ ที่โรง Opera ในรูปที่ 2 เวลาดูน้ำตรงพื้นดินก็จะมีเงาสะท้อนๆ คลาสสิกดี ถ้าเป็น Amsterdam เดินไปไหนก็จะเป็นแต่สีแดงๆ
ถ้าผมมีแฟนจะพามา...ที่ปารีสแน่ๆ
( ... คือเที่ยว)
ขอรูปตัวเองนิด

Blog ตอนนี้เพลงเพราะฟังนะๆๆๆ
ชอบๆๆๆๆ