Kyoto II - Nara Uji

posted on 24 Oct 2009 11:38 by londonboi in Asia

จริงๆแล้วถ้ามานั่งมองลึกๆกัน เราแทบจะรู้จักญี่ปุ่นน้อยมากในตำราเรียน ส่วนใหญ่เราจะเรียนแค่วัฒนธรรมจีนและอินเดียเพราะเป็นแม่แบบของดินแดนเอเชียแห่งนี้ ส่วนญี่ปุ่นนั้นเราจะรู้แค่ว่าเป็นดินแดนของซามูไรและโชกุน ต่อมาญี่ปุ่นก็ปิดประเทศคบกับแค่เนเธอร์แลนด์แล้วก็มาโดนระเบิดปรามาณูที่ฮิโรชิม่ากับนางาซากิ จนคนเป็นโรค มินามาตะกับอิตัย อิตัย

โรงเรียนสอนกันอยู่แค่นี้แหละ แต่ไม่เป็นไร วันนี้มาอ่านหลักสูตรของผมเองแล้วกัน อิอิ กระทรวงศึกษาไม่รับรองอย่าว่ากันนะครับ แต่ผมคงจะไม่นั่งเล่าแบบตำราคร่ำครึของกระทรวงหรอกครับนะว่า ยุคหินเก่า หินใหม่ จนปัจจุบันเป็นยังไง เพราะมันน่าเบื่อมาก 55

ยุคของญี่ปุ่น

ถ้าใครอ่านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหรือศึกษามาบ้างก็คงจะงงและสับสนไม่น้อยเพราะมันมียุคหลายยุคมากๆ ไม่รู้อะไรมาก่อนมาหลัง ทั้ง ยุคคามากุระ นาระ มุโรมะจิ จนถึงสมัยเมจิ ผมเลยขอแบ่งเป็นยุคง่ายๆ อยู่ 3-4 ยุคนะครับ (ประวัติศาสตร์ฉบับผมไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ใครจะว่าผิดก็ช่าง 55)

1.เริ่มจากยุคแรกญี่ปุ่นก็ไม่มีอะไรเลย จนวัฒนธรรมจีนเข้ามาพร้อมๆกับศาสนาพุทธและการมีอำนาจของราชสำนัก (นาระ, เฮอัน, คามากุระ)

2. ยุคต่อมาจะเป็นยุคเสื่อมของราชสำนักโดยมีโชกุนขึ้นมามีอำนาจแทน รวมถึงการก้าวไปสู่ยุควุ่นวายของสงครามระหว่างศักดินา (มุโรมะจิ, เอโดะ)

3. ยุคต่อมาก็คือยุคใหม่ที่ตะวันตกเริ่มเข้ามามีอำนาจพร้อมๆกับการรวมอำนาจของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นในเอเชียสมัยช่วง คศที่ 19 จนถึงปัจจุบัน (เมจิ->ปัจจุบัน)

ต่อจากนี้เวลาผมจะเล่าอะไรก็จะอิงตามยุคที่ผมแบ่งไว้นะ

การไปเมืองนาระและอุจิ นั้นก็เป็นดินแดนของยุคแรกๆช่วงราชสำนักเริ่มมีการพัฒนาจากลัทธิความเชื่อต่างๆที่ได้มาจากพุทธและจีน ญี่ปุ่นเขาเรียกว่ายุคนาระถึงยุคเฮอันนั่นแหละ ว่าไปเดี๋ยวจะเล่ายาว มาเที่ยวไปเล่าไปดีกว่า

นาระ

Photobucket

รูปวัด โคฟุกุจิ

จากเกียวโตไปนาระก็ไม่ไกลนะครับ นั่งรถไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ที่นี่จะมี ไฮไลท์อยู่ 2 ที่คือ วัดโคฟุกุจิ kofuku-Ji และ วัดโตไดจิ Todai-Ji ช่วงนั้นศาสนาพุทธเข้ามาทำให้ชาวญี่ปุ่นเลือมใสกันมาก เริ่มมีการนำอักษรจีนและวัฒนธรรมจีนมาดัดแปลงใช้ในญี่ปุ่น ก็เลยเกิดสถาปัตยกรรมออกมาลักษณะนี้

Photobucket

ที่นาระจะมีกวางเป็นสัญลักษณ์นะครับ กวางเนี่ยน่ารักมากใจดีด้วย บางตัวเราเข้าไปถ่ายรูปกับมันได้เลยล่ะ เดินๆเราอาจจะเจอร้านขายขนมชิกะแซมเบ้ พอเราซื้อปุ๊ปมันก็จะเข้ามารุมเราเลย บางตัวมารยาทดีหน่อยก็จะโค้งหัวขอกิน ถ่ายรูปกับกวางได้ด้วยนะ แต่ระวังตัวลูกล่ะ บางทีแม่มันหวง กวางเนี่ยคือสัญลักษณ์ของที่นาระ คนญี่ปุ่นเมื่อก่อนนั้นก็บูชาธรรมชาตินะครับ ไหว้ธรรมชาติ ไหว้สัตว์ กวางก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ของเทพเจ้านั่นแหละ

Photobucket

รูปวัด โตไดจิ

Photobucket

ด้านในจะมีพระ ไดบุทสึ (หลวงพ่อโต) นั่งอยู่บนดอกบัวพร้อม

ข้างซ้าย เซชิโบสัสซึ (พระมหาสถามปราปต์โพธิ์สัตว์ หรือ ภาษาจีนเรียก ไตจีซีผ่อสัก)

ส่วนข้างขวาจะเป็น โชคันนน (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ภาษาจีนเรียกว่า กวนสิอิมผ่อสัก)

Concept เดิมที่ผมเคยเล่าให้ฟังแหละว่าความเชื่อของนิกายมหายานแดนสุขาวดีเป็นอย่างไร แค่เปลี่ยนชื่อไปตามภาษาของเขาล่ะครับ

พระโพธิสัตว์ (ไทย) = ผ่อสัก (จีน) = โบสัสซึ (ญี่ปุ่น)

Photobucket

มีมุมนึงของวัดมีที่ให้คนลอดใต้เสาด้วยนะ จะได้โชคดี

Photobucket

เจ้าแม่กวนอิมหรือ โชคันนน (ผมก็เปลี่ยนภาษาไปตามประเทศแล้วกัน) นิกายมหายานนี่มีอิทธิพลต่อศาสนาพุทธในญี่ปุ่นมากไม่แพ้ซินโตเลยนะครับ เชื่อไหมว่าศาสนาคริสตร์เองก็เคยเข้ามาดินแดนญี่ปุ่นในยุคที่โชกุนเรืองอำนาจ และพวกโชกุนนี่เองก็กลัวฝรั่งและคริสตศานาก็เลยทั้งไล่ทั้งฆ่าทิ้ง ชาวคริสต์เองจะบูชาพระแม่มารีอาเองก็ต้องปั้นเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม แล้วตั้งชื่อว่า มาเรียคันนน

เอาตัวอย่างรูปมาเรียคันนนมาจาก Google นะครับ

 

พระแม่มาเรียนะครับ

ไม่ใช่เจ้าแม่กวนอิมในความหมายของเขา อิอิ

Photobucket

สัญลักษณ์ของเมืองนาระก็เป็นหลวงพ่อมีเขากวาง คนเก่าแก่ก็คงไม่ชอบเท่าไหร่เพราะเล่นกับพระกับเจ้า แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว ชาวญี่ปุ่นเอาพระเอาเจ้ามาเล่นตกแต่งกันเป็นของสนุกทั่วไปอยู่แล้วครับ เราจะเห็นได้จากโฆษณาต่างๆ ซึ่งเดียววันต่อๆไปจะเอามาให้ดูนะ

_______

อุจิ

Photobucket

อุจิ เป็นเมืองใกล้ๆนาระกับเกียวโตนะครับ มีความรุ่งเรืองมากในยุคเฮอัน ก็ช่วงๆที่ราชสำนักมีอำนาจในยุคแรกๆแหระ วัฒนธรรมความเชื่อต่างๆก็มาจากแถวๆนี้ ที่นี่มีสิ่งพิเศษบางอย่างที่ชาวญี่ปุ่นทราบก็คือ

"ชาเขียวที่ดีที่สุดในโลกต้องมาดื่มที่เมืองนี้"

Photobucket

ร้านชาเขียวนะครับ มีทั่วไปเลยล่ะ ทั้งเมืองเลย

Photobucket

มาที่นี่อย่าพลาดวัด เบียวโดอิน (Byodo-In) นะครับ ที่นี่เป็นพุทธศาสนาสถาน เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าอามิตาพุทธ เสียดายที่เขาไม่ให้เข้าไปถ่ายใกล้ๆเลยต้องออกมาถ่ายด้านนอกแทน (สีทองสวยเลยล่ะ) ด้านบนอาคารจะมีนกฟินิกด้วยนะ จริงๆถ้าตามประวัติศาสตร์แล้วข้างในจะสวยมากๆประดับการตกแต่งอย่างงดงามแต่ก็ไปตามเวลาหล่ะครับ ทั้งระยะเวลาที่ผ่านไปและสงครามทั้งหลายก็ทำให้ข้างในเหลือเป็นประวัติศาสตร์ให้เห็นได้ตามผนังนิดหน่อย

Photobucket

อ่อ เดินมาริมน้ำเจออะไรแปลกๆด้วยนะ มันจะมีร้านอาหารที่ให้นกบินไปจับปลามา แล้วพอนกเอามาส่งพ่อครัว เขาก็จะเอาปลานั้นมาทำเป็นอาหารให้ลูกค้าเขาเรียกว่า การทำอุไค ส่วนนกนั้นเรียกว่า นกอุมิอุ

Photobucket

ลืมบอกไปเล้ยว่าใน อุจินี้ก็เป็นสถานที่ที่อ้างอิงจากวรรณกรรมชั้นสูงสมัยเฮฮัน ซึ่งถือว่าเป็นการแต่งเรื่องแรกๆของโลกเลยก็ว่าได้ เรื่องนี้คือ กินจิ โมโนกาตาริ (Genji Monitagari) เป็นชายเจ้าชู้ในราชสำนักมีเมียไปทั่วจนกระทั่งรุ่นลูกรุ่นหลานก็ยังแย่งผู้หญิงกัน ผมเลยเรียกเรื่องราวนี้ว่า "ขุนแผนแดนญี่ปุ่น" แล้วกันนะครับ

Photobucket

เจอศาลเจ้าอีกแระ

Photobucket

ศาลเจ้านี้คือ อุจิคามิ ครับ เป็นศาลเจ้าพิทักษ์เมืองอุจิ 

Photobucket

ไอศรีมชาเขียวและน้ำชาต้องมาร้านนี้ ใกล้ๆแม่น้ำ

เดินออกมาจากสถานีรถไฟทางซ้ายมือ

Photobucket

ไอติมๆ

Photobucket

ริมน้ำที่อุจิครับ

Photobucket

ผู้หญิงท่านนี้คือ มุราซิกิ ชิกิบุ (Murasaki Shikibu)

ผู้แต่งเกนจิ โมโนตาการิ นะครับ

_________

สถานที่สุดท้ายของวันที่ 2 ผมไปเยี่ยมวัดที่ อินาริ

ไม่ไกลเกียวโต

ศาลเจ้านี้คือ ฟุชิมิ อินาริ ไทชะ (Fushimi inai taisha)

Photobucket

อินาริคือสุนัขจิ้งจอกเทพเจ้า

จิ้งจอกบางทีเรียก คิซึเนะ นะ งงๆอยู่เหมือนกัน

Photobucket

อย่างที่บอกครับ คนญี่ปุ่นสมัยก่อนจะบูชาสัตว์ด้วย วัดนี้ก็บูชาเพื่อให้ผลผลิตในการเกษตรดี จิ้งจอกคือเทพเจ้าเลยนะเนี่ย ส่วนกวางที่นาระคือสัตว์ของเทพเจ้า (แสดงว่าเทพเจ้ากินกวางอะเปล่าอะ 55 อันนี้ล้อเล่นนะ)

Photobucket

สิ่งที่พิเศษอีกอย่างของศาลเจ้านี้คือมีประตูแดง โทริอิ (torii) 1,000 ต้นเรียงรายกันไปบนภูเขา สามารถเดินไปได้นะครับ แต่ไกลนะ 2 ชั่วโมงได้ ผมเองไปก็ดึกแล้ว ไม่ค่อยอยากไปเดินไกลๆมืดๆมีแต่ป่าในศาลเจ้า กลัวอ่ะ

Comment

Comment:

Tweet