ฝรั่งกับ New Road Bangkok

posted on 01 Apr 2007 16:48 by londonboi  in Asia

มีคนถามว่าหายไปไหน... ไม่ได้หายน้อ แต่ช่วงนี้งานยุ่งๆก็เลยไม่ค่อยได้มาเขียน Blog เท่าไหร่555 ยังไงถ้าว่างๆจะมาเขียนเรื่อยๆแล้วกันนะครับผม

วันนี้จะพูดถึง New Road หรือถนนเจริญกรุงซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักกันดีจากบทเรียนว่าเป็นถนนสายแรกของกรุงเทพ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับถนนที่มีชื่อเป็นมงคลอีกหลายสายเช่นบำรุงเมือง เฟื่องนคร ซึ่งมีจุดเริ่มอยู่แถวๆ Centre Point สมัยนั้น (คือพระบรมหาราชวัง-สนามหลวง) ช่วงนั้นเมืองไทยเปิดประเทศมากๆครับ เจอฝรั่งเข้ามาทาบทามเปิดประเทศตั้งหลายครั้งตั้งแต่ การาฟัด(Crowford) เบอร์นี่ จนกระทั่งเซอร์ยอร์นโบลิ่ง (จอร์น เบาริ่ง) เอาเรือปืนเขามาขู่บังคับเรา เราเลยต้องเปิดประเทศแล้วสร้างความพร้อมกับการค้าขาย

Photobucket - Video and Image Hosting

ถนนเส้นนี้มีความสำคัญมากๆเพราะผ่านหลายๆชุมชนทั้งของไทยและชุมชนชาวต่างชาติที่ตั้งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ที่ต้องตั้งเลียบริมน้ำเพราะการเดินทางดังเดิมใช้เรือนิเนอะชุมชนทั้งหลายก็ต้องตั้งอยู่ริมน้ำเป็นธรรมดาก็ตัดถนนผ่าน บ้านเมืองสมัยก่อนก็ดู Classic ดีนะครับ โดยเฉพาะเจริญกรุงนั้นถ้าได้ไปดูรูปเก่าๆจะมีการผสมผสานกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตกมาเป็นรูปแบบสมัยนิยมของเราเอง น่าเสียดายที่พอผ่านยุคนั้นมาตึกราบ้านช่องก็ถูกทำลายไปแล้วก็สร้างอะไรสูงๆน่าเวทนาขึ้นมาแทนที่

แต่ยังไงเค้าโครงที่มันยังมีก็ยังมีเหลืออยู่ ลองสังเกตุภาพร้าน Photos ตรงหัวมุมด้านซ้ายนะครับจากภาพขาวดำข้างบนนะครับ ปัจจุบันนี้มันก็มีอยู่ (แถวๆตรงเจริญกรุงตัดกับสุรวงศ์นะครับ)

Photobucket - Video and Image Hosting

เคยคิดกันไหมว่า ทำไม๊ทำไมแถวสีลมถึงเจริญจัง ทำไมไม่ตั้งศูนย์ธุรกิจที่อื่นบ้าง จะได้รถไม่ติด ต้าร์ว่าตรงนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆนะครับ แถวถนนเจริญกรุงช่วงสีลม สรุวงศ์ สี่พระยามันดังมานานแล้วล่ะ ชาวต่างชาติรู้จักกรุงเทพตรงนี้มาเป็นร้อยๆปี อะไรหลายๆอย่างก็เริ่มมาเปลี่ยนแปลงจากแถวนี้ทั้งนั้น

จะว่าไปพอพูดถึงประวัติของสถานที่ต่างๆแล้ว ถ้าจะให้เล่าก็ไม่รู้จะต้องเริ่มจากเรื่องอะไรเพราะมันมีเยอะแยะมากมายไปหมดทั้งๆที่ถ่ายรูปมาและไม่ได้ถ่ายมา ไม่รวมถึงถ่ายมาแต่ยังไม่เล่า 555 เอาเป็นว่าเล่าตามรูปภาพแล้วกันนะครับ

ตำนานภาษีร้อยชักสาม

Photobucket - Video and Image Hosting

อาคารศุลกสถาน ตำนานภาษีร้อยชักสาม เข้าจากถนนเจริญกรุงนะครับ

กลับมาที่เซอร์จอร์นเบาริ่งและรัชกาลที่ 4 ก่อน คือตามเดิมแล้วเมืองไทยมีการทำการค้าแบบผูกขาดโดย "พระคลังสินค้า" มีการเก็บภาษีที่เรียกว่า "ค่าธรรมเนียมปากเรือ" เรือใหญ่ก็เก็บเยอะ พอเซอร์จอร์นเบาวลิ่งโดน Assign งานมาจากฮ่องกงปุ๊ปก็มาเอาเรือRattler มาปิดน่านน้ำไทยแล้วก็มาเจรจากับทางสยามให้เปิดการค้าเสรี ยกเลิกพระคลังสินค้า ค่าธรรมเนียมให้ใช้ร้อยชักสาม แล้วมันก็เอาฝิ่นมาขายเราแล้วกำหนดว่า "ฝิ่นไม่ต้องเสียภาษี" ก็คิดกันต่อเอาเองล่ะกันว่าดีไม่ดี แต่คนไทยสมัยนั้นที่ได้รับประโยชน์จากการขายฝิ่นก็ชอบใจ ร่ำรวย นำเข้ามาแบบไม่เสียภาษี

Photobucket - Video and Image Hosting

เมืองไทยไม่ได้โดนแค่อังกฤษเท่านั้น แต่มีอีกหลายสิบชาติแห่กันเข้ามาทำสัญญาแบบนี้ด้วย เราก็เลยโดนเอาเปรียบจากต่างชาติ นอกจากเรื่องการค้าต้องเปิดเสรีแล้ว ยังต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตอีก

Photobucket - Video and Image Hosting

รูปนี้ถ่ายด้านหลังนะครับ รั้วข้างๆนั้นคือสถานทูตฝรั่งเศส ซึ่งตึกของสถานทูตฝรั่งเศสนั้นมองไม่เห็นโดนรั้วบัง สถานทูตฝรั่งเศสแถวเจริญกรุงนี้เป็นสถานทูตดั่งเดิมมากๆ เมื่อสมัยที่ไทยทำสงครามกับฝรั่งเศสนั้น ประเทศนี้เขาก็เอาเรือบุกเข้ามาจอดหน้าสถานทูตเขา แล้วก็ให้เราจ่ายตังค่าเสียหายจากสงคราม ไม่งั้นจะเอาเรือไปยิ่งพระบรมหาราชวัง

บริษัท โรงแรม

Photobucket - Video and Image Hosting

ใกล้ๆกับ ศุลกสถาน นั้นจะมีบริษัทเก่าๆเยอะเลยนะครับ เช่น East Asiatic Company ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือของพวกเดนมาร์คเป็นอาคารดังภาพด้านบนนะครับ เปิดเดินเรือระหว่าง Bangkok-Copenhagen เจ้าของบริษัทนี้รวยนะ มีบริษัทในเครือเต็มเลยทั้งในรัสเซีย ฝรั่งเศส

คนเดนมาร์คไม่ได้มีแค่บริษัทเดินเรือหรอก เขามาเปิดโรงแรมแรกในเมืองไทยด้วยคือ โรงแรมโอเรลเทล (โรงแรมอยู่ข้างๆ) เป็นโรงแรมที่โด่งดังระดับโลก เคยมีการโหวตให้เป็นโรงแรมอันดับหนึ่งขอโลกด้วยครับ สงสัยว่าฝรั่งมาถึง กทม ปุ๊ป ลงเรือผ่าน Gate ปั๊ป เข้าโรงแรมที่พักทันทีเลย แล้วจะไปเที่ยวไปค้าขายอะไรก็โบกรถรางกันไปเอาล่ะกัน

ลืมบอกไปว่าธนาคารฮ่องกงเซียงไฮ้สมัยนั้นก็อยู่ติดๆกับศุลกสถานด้วย ถ้าบอกธนาคารฮ่องกงอาจจะไม่รู้จักคงต้องบอกว่า HSBC นี่คงรู้จักแน่ๆ ธนาคารนี้เป็นของชาวอังกฤษครับแล้วไปเปิดธุรกิจที่ฮ่องกงเป็นที่สำเร็จ ไม่ใช่ของคนจีนคนฮ่องกงอย่างที่คิดนะ

Photobucket - Video and Image Hosting

อาคารระแวกนั้น

รถราง

พูดถึงรถรางก็ให้ดูซะหน่อย

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

รถรางเนี่ยน่าเสียดายที่ไม่มีแล้ว น่าจะทำให้เป็นรถรางแบบ ไฮโซ ติดแอร์แบบเมืองนอกนะ สมัยก่อนเมืองไทยมีเส้นทางรถไฟและรางเยอะมาก ยิ่งกว่า BTS และ MRT สมัยนี้อีกแล้วก็ไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพนะครับ มีที่จังหวัดอื่นด้วยตอนนี้เหลือแต่ซากครับ (รูปนี้ถ่ายแถวตลาดน้อยแถวสัมพันธ์วงศ์)

วัดฝรั่ง

Photobucket - Video and Image Hosting

โรงเรียนใครหนอ?

วัดฝรั่งแถวนี้ก็มีครับคือโบสถ์อัสสัมชัญ นโยบายของพระฝรั่งสมัยนั้นตรงข้ามกับกับการเมืองอย่างสิ้นเชิงครับ กล่าวคือ สมัยก่อนเนี่ยรัฐบาลฝรั่งเศสมาเอาเปรียบเราเหลือเกิน แต่คณะมิสซัง บาทหลวงฝรั่งนั้นพยายามมาให้ความรู้ให้การศึกษากับเด็กๆคนไทย ไว้วันหน้าจะเขียนรวมเรื่องโบสถ์ฝรั่งในเมืองไทยดีกว่าเนอะ

สุสานครับ

ถนนเจริญกรุงตัดผ่านสุสานแห่งหนึ่งตรงใกล้ๆโรงงานยาสูบตรงวัดสิงขร ตอนนี้อยู่ในความดูแลของรัฐบาลอังกฤษครับ สมัยนั้นฝรั่งมาอยู่เมืองไทยเยอะ ไม่มีเครื่องบิน ถ้าตายต้องฝังที่นี่

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ป้ายเก่าเนอะ

สุสานนี้มีศพบุคคลสำคัญๆหลายท่านอยู่ที่นี่ครับ เช่นกับตันจอร์นบุช และที่ขาดไม่ได้ก็คือ "หมอบลัดเลย์" ครับ (ฝรั่งเขาจะเรียกว่า ด็อกเตอร์ แบล็ดลี่)หมอท่านนี้ไม่ได้เป็นแค่หมอนะครับเป็นเจ้าของโรงพิมพ์สมัยนั้นด้วย โรงพิมพ์ตั้งอยู่แถวๆป้อมวิชัยประสิทธิ์ตรงวัดอรุณ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

หนังสือพิมพ์ของหมอบลัดเลย์คือ บางกอกเร็คคอร์ดเดอร์ ท่านเป็นฝรั่งที่แทบจะเป็นคนไทยไปซะแล้ว รักเมืองไทยมากเคยเขียนด่ากงศุลฝรั่งเศสจนโดนฟ้องด้วยล่ะ

จริงๆยังมีอีกหลายอย่างเลยเกี่ยวกับถนนเส้นนี้แค่สิ่งที่ผมรู้อาจจะไม่ถึง 1% ของเรื่องทั้งหมดแต่เล่าไม่น่าจะจบภายใน 1 วันแล้วล่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เมื่อก่อนผ่านแถวนั้นบ่อยนะ ก็ยังชื่นชมอยู่เลย ว่าอาคารเก่ามีเสน่ห์ แต่ดูจากรูปนี้แล้ว ไม่เหมือนเมืองไทยเลย เหมือนสิงคโปร์ อินโดฯมากกว่า

พูดถึงคำว่า ปากเรือ พอจะมีที่มา ไหมครับ ทหารเรือมีคำเรียก ทหารเรือที่เป็นพรรคนาวิน ว่า ปากเรือ ด้วย กำลังหาที่มาอยู่น่ะครับ

#1 By เจ้าชายน้อย on 2007-04-01 22:39


รางรถรางที่ยังพอเหลือให้เห็นเนอะครับ
ของหายากที่ไม่ได้รับการเหลียวแล

#2 By AkE on 2007-04-03 12:37

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นหลายๆ มุมในกรุงเทพ ที่เราเคยผ่านไปมานะคะ พอรู้ที่มาที่ไปแล้ว ทำให้ตึกเก่าๆ ตึกนึง ดูมีเสน่ห์ น่าค้นหาขึ้นเยอะเลย ขอบคุณบล็อคดีๆ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ต่อไปคงไม่กลัวเหงาแล้ว เวลาที่ต้องเดินทางคนเดียว มันอยู่ที่เรามองจริงๆ นะคะ ขอบคุณบล็อคดีๆ กับเรื่องราวดี (แถมยังรักษ์ภาษาไทยด้วยค่ะ)

#3 By ~*Rosefinchy*~ (58.10.170.160) on 2007-05-19 20:09

ได้ความรู้...
และได้ความรู้สึกดี..จังเลย

ผมไม่ใช่คนกรุงเทพ...
แต่ได้อ่านแล้วก็นึกถึงประวัติศาสตร์บ้านเรากับเหตุการณืปัจจุบัน...
อย่าเครียดดีกว่า
มาต่อเร็วเน่อ
ดีคับ ผมชอบมากเลยพี่ทำไมเก่งจัง
ชอบๆ

#5 By โอ้ด (222.123.225.155) on 2007-07-22 00:24

ต้องไปสุสานที่ว่าเนี่ยน่ะค่ะ แต่ไปไม่ถูก ใครทราบช่วยบอกที

#6 By รม (58.8.226.213) on 2007-12-23 15:20

levaquin reactions
[url=http://forums.thegnomonworkshop.com/member.php?u=27813 ]levaquin[/url]

the maker o levaquin

#7 By Unknown (124.217.230.104) on 2008-02-11 07:36

celebrities with herpes
[url=http://danneo.com/forum/member.php?u=5878 ]zovirax[/url]

herpes warts

#8 By Unknown (124.217.230.104) on 2008-02-18 09:45

สวัสดีค่ะ
วันก่อนดูหนังเรื่องทวิภพ เลยอยากหาอ่านประวัติ ของท่าน เซอร์ จอห์น เบาริ่ง เพื่อน ๆ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ วาจะหาอ่านตรงไหน มาใหม่ ยังไม่คล่องใช้วป ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวีท

#9 By Sweet (58.8.62.10) on 2008-04-22 15:02

เกือบจะลืมเลยเมืองไทยในอดีต
ขอบคุณที่มากๆconfused smile

#10 By อนุรักษ์นิยม (124.121.97.7) on 2008-05-12 14:51

เราก็น่าจะมีรถรางเหมือนเมืองนอกมั่งเนอะconfused smile confused smile

#11 By Mint (124.120.106.168) on 2008-06-01 19:19