Bangkok - วัดสุทัศน์

posted on 30 Oct 2006 04:09 by londonboi  in Asia

วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวสวรรค์

Photobucket - Video and Image Hosting

สวรรค์ที่ว่าคือวัดสุทัศน์อยู่ตรงเสาชิงช้า วัดสุทัศน์นี้ก็เกิดขึ้นด้วย Idea ไม่ต่างกับวัดพระศรีสรรเพชญ วัดหลวงของกรุงศรีข้างๆพระราชวังเท่าไหร่หรอก เมื่อก่อนวัดพระศรีสรรเพชญนั้นใหญ่โตมาก (มากกว่าวัดสุทัศน์อีก) ตั้งอยู่ริมน้ำ เวลาฝรั่ง แขก หรือคนจีนเพิ่งมาเที่ยวหรือค้าขายที่อยุธยาครั้งแรกก็จะตกใจว่า"ทำไมมีวัดใหญ่ขนาดนี้"

(ฝรั่งมันชอบมาเที่ยวเมืองไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วล่ะ)

พระองค์จึงมีพระราชดำหริให้สร้างวัดสุทัศน์ขึ้นมา แน่นอนถ้ามองในสมัยก่อนความใหญ่โตของวัดนี้ก็ทำให้ฝรั่งที่เดินทางมาเที่ยวได้มองเห็นจากแม่น้ำได้เหมือนกันแม้จะไม่ได้อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเท่าไหร่ ปัจจุบันนี้ก็ยังใหญ่โตไม่มีใครเทียบได้เท่าไหร่อยู่ดี

ถ้าใครเคยอ่านเรื่องประวัติวัดสุทัศน์ก็คงได้ยินเกี่ยวกับไตรภูมิ อ่านแล้วก็ไม่รู้กันอีกว่าไตรภูมิคืออะไร ไตรภูมิคือ 3 โลก มีเรื่องนรก สวรรค์ พรหมโลก รายละเอียดคงต้องไปศึกษากันต่อเองนะ แต่สิ่งที่สำคัญของวัดสุทัศน์นั้นคือมีการ Apply concept คติธรรมของไตรภูมิมาเป็นสิ่งก่อสร้างในทางศาสนาให้มีความจรรโลงใจได้ พร้อมๆกับความสวยงาม ที่ Idea ทั้งหลายนั้นสุดยอดมากๆ

ถ้าศึกษาเกี่ยวกับการสร้างแบบคติไตรภูมิแล้ว แนวความคิดการก่อสร้างแบบพวก โกธิค เรเนซ้อง บารอก อะไรของฝรั่งนี่ ไปไกลๆเลย คนละชั้นกับเราแน่ๆ

Photobucket - Video and Image Hosting

รูปแผนที่ด้านบนเป็นแผนที่ ของวัดสุทัศน์ครับ นี่เป็นผังของสวรรค์นะเนี่ย ไม่รู้จะมีใครเชื่อบ้างไหมว่าที่นี่คือสวรรค์ ในวัดจะมีส่วนหลักๆคือ วิหารหลังคาสีเขียวๆด้านซ้าย วางขวางกับวิหารหลังคามีส้มๆด้านขวา ซึ่งล้อมไปด้วย กำแพงยาวๆที่มีพระเรียงหลายๆรูปล้อมอยู่เราเรียกว่าวิหารคต

เอาหล่ะ ผมจะให้ดูว่าเขา Apply Concept ของคติไตรภูมิยังไงจากภาพต่อไปนะครับ

Photobucket - Video and Image Hosting

Concept ของการสร้างวัด style นี้เนี่ยให้มองจาก วิหารหลังคาสีเขียวๆก่อนนะครับ นี่คือส่วนของ "ชมพูทวีป" ซึ่งเป็นฐานของทางขึ้นไปยัง"เขาพระสุเมร"

เขาพระสุเมรนี่ถ้าคติไตรภูมิคือสถานที่ที่เป็น "ศูนย์กลางของจักรวาล" เมื่อลากเส้นจากด้านทั้ง 2 ของโบสถ์จะเห็นว่าไปบรรจบกันที่องค์พระในวิหารสีส้ม

ส่วนรอบๆที่เป็นจุดๆ (ที่ผมวงกลมสีดำๆไว้) ก็คือ "วิมานต่างๆของสวรรค์" นะครับ สวรรค์นี่ล้อมรอบศูนย์กลางจักรวาล ส่วนสีแดงๆขีดๆเส้นเนี่ยเล็กๆนั้นเป็นพื้นที่ลานกว้าง ซึ่งเปรียบเสมือน "มหานทีศรีรัญดร" ล้อมเขาพระสุเมร คนที่บรรลุแล้วเท่านั้นจะสามารถผ่านมหานทีซึ่งแม้แต่ขนนกก็ยังจมลงไปได้ (ผ่านเข้าไปยาก)

ส่วนลูกศรเหลืองๆผมก็แค่ทำให้ดูว่านั่นคือทางขึ้นไปยังยอดเขาพระสุเมรจากชมพูทวีปครับ ถ้าถามผมว่าแนวคติมีรายละเอียดเยอะกว่านี้ไหม โอ้วตอบได้เลยว่าเยอะมาก แนวความคิดไม่ได้อยู่ในรูปแบบสถาปัติยกรรมภายนอกเท่านั้น ภายในนี่ก็ใช้ concept งานศิลปะเหมือนกัน อยู่ที่ว่าเนื้อหาตรงนั้นคืออะไร...

เรามาเริ่มที่วิหารสีเขียวๆที่ชมพูทวีปก่อนนะครับ

Photobucket - Video and Image Hosting

ชมพูทวีป ไม่ได้หมายถึงอินเดียนะคุณ แต่หมายถึงดินแดนที่มีความสุขสุดๆ ผู้คนดี น่าอยู่ เป็นแดนแห่งความงดงามเป็นทางขึ้นเขาพระสุเมร พอเข้าไปดูการตกแต่งข้างในโบสถ์นี้ก็จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าและสาวกของพระองค์รูป

Photobucket - Video and Image Hosting

เมื่อออกจากชมพูทวีปก็ต้องผ่านประตูนี้นะครับ

(ทางขึ้นสวรรค์)

Photobucket - Video and Image Hosting

ส่วนนี้จะเป็นวิหารคตครับ มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่

จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าไม่ได้มีองค์เดียวนะครับ

พระรูปเหล่านี้แทนพระปัจเจกที่มีเยอะมากเหมือนเม็ดทราย

เป็นพระพุทธเจ้าที่บรรลุธรรมด้วยตัวเองได้แต่ไม่ได้สอนเรา

พระพุทธเจ้าที่ทรงสั่งสอนเราได้คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อยู่ในวิหารสีสมนะคับ เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

Photobucket - Video and Image Hosting

รูปนี้ผมยืนบริเวรพื้นที่ล้อมรอบเขาพระสุเมร

เรียกว่ามหานทีศรีรัญดร

เห็นเจดีย์หินทรงจีนไหมครับ อันนี้แหละที่แทนวิมานสวรรค์

(ผมวงไว้ในแผนที่)

วิมานที่เทพอยู่จะล้อมรอบศูนย์กลางจักวาลเหมือนกัน

ส่วนด้านหลังจะมองเห็นชมพูทวีปได้

Photobucket - Video and Image Hosting

ตรงวิหารด้านในนี้จะเห็นว่ามี

นารายณ์ทรงสุบรรณและพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่

(เราขึ้นมาบนสวรรค์แล้วล่ะ)

พระอินทร์เนี่ยกลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพ

ส่วนพระนารายณ์เป็นสัญญลักษณ์แทนพระมหากษัตริย์

บ่งบอกว่าวัดนี้เป็นวัดหลวงครับ

Photobucket - Video and Image Hosting

นี่คือศูนย์กลางของจักรวาลครับผมตามคติไตรภูมิครับ

มาเล่าประวัติของพระพุทธรูปรูปนี้ดีกันดีกว่า พระองค์นี้คือพระศรีศักยมุนีที่รัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากสุโขทัย มีการปั้นหน้าองค์พระใหม่ด้วยนะครับ

รัชกาลที่ 1 ท่านทรงมีศรัธาต่อพระองค์นี้มาก แม้พระองค์จะประชวรอยู่ก็ยังทรงมาดำเนินการขนย้ายองค์พระด้วยพระองค์เองช่วงที่พระองค์นี้ขึ้นเรือมาจอดที่ท่าช้างก็เห็นว่าพระรูปนี้ใหญ่มากๆ จึงมีการสั่งทุบประตูท่าช้าง (ชื่อประตูและท่าช้างเพราะต้องเอาช้างไปอาบน้ำที่ประตูนี้) เมื่อทุบประตูท่าช้างแล้วก็นำเข้ามาประดิษฐาน มีการสร้างประตูเมืองใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ประตูท่าพระ วังที่สมัยนี้คือมหาลัยศิลปากรก็เลยเรียกว่า วังท่าพระ บางทีสมัยนี้เรายังเรียกท่าช้างบ้าง ท่าพระบ้าง 55

พูดถึงชื่อประตู ชื่อท่าก็มีประวัติเยอะแยะแบบนี้นะครับ เคยไปทานผัดไทยประตูผีไหม? ทำไมถึงเรียกแถวนั้นว่าประตูผี?? ก็เพราะว่าตรงนั้นเดิมทีเป็นประตูทางออกกำแพงเมืองที่คนจะออกไปเผาศพนอกเมืองทางฝั่งตะวันออกไง เขาก็เลยเรียกว่าประตูผี

Photobucket - Video and Image Hosting

อลังการงานสร้างมากๆ ใหญ่โตดีเนอะ สวยด้วย

เทียบได้กับ St Peter ที่ วาติกันเลยมะเนี่ย

5555

Photobucket - Video and Image Hosting

ตรงนี้เป็นความละเอียดอ่อนนะครับ

นี่คือลายแกะสลัก 3 มิติ 3 ชั้น ฝีมือคนไทยสมัยก่อนนี่แหละ

รัชกาลที่ 2 ทรงออกแบบแล้วก็ตกแต่งด้วยพระองค์เองเลยนะ

ประตูทางเข้าสร้างจากไม้บานเดียวแต่แกะคว้านได้ 3 มิติ

ตอนแรกนึกว่าจะเจอความละเอียดแบบนี้แค่ที่

Sagrada de Familia ที่เมือง Barcelona แค่นั้นนะเนี่ย

ไม่เชื่อว่าจริงๆแล้วใกล้ๆตัวเราเนี่ยก็มีอยู่ (แต่เราดันไม่รู้)

เรื่องเล่าเกี่ยวกับวัดสุทัศน์มีอีกเยอะครับ เล่าจริงๆแล้วคงต้องกางตำราเลยล่ะ รายละเอียดเยอะมาก พอเห็นแบบนี้แล้วของๆไทยนี่แหละสุดยอดทางความคิดแล้ว ไม่ได้แค่สวย แต่ความงามนั้นมีคุณค่าทางจิตใจที่เอาไว้สอนคนในตัวด้วย ศิลปะของทางตะวันตกผมยังไม่เห็นจะมีอุดมคติความอลังการแบบนี้ซักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เอาใหญ่และสวยอย่างเดียว

ถ้าผมเล่าอะไรผิดหรือใครมีอะไรเพิ่มเติมก็มา Share กันใน Comment นะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ได้ความรู้มากๆเลยครับ

#1 By Pack on 2006-10-30 08:48

... โอ..เคยผ่านวัดนี้มาหลายรอบแตไม่เคยรู้เลยนะคะว่าจะยิ่งใหญ๋ขนาดนี้ ...... ยิ่งแผนผังสวรรค์นี่ ..โหหห... เห็นแล้วรู้สึกตื่นเต้นนะ..

#2 By F I N E on 2006-10-30 13:30



ความรู้ใหม่ๆ อีกแล้วครับ
ผมไม่เคยรู้เลยนะครับ เรื่องอย่างนี้

#3 By AkE on 2006-10-30 13:57

ผีวันสะเกด เปรตวัดสุทัศน์(สะกดผิด )

ภูมิปัญญาคนไทยนี่สุดยอดจริงๆเลยนะเค๊อะ...

แต่ยังไง เราก็ยังเป็น คาทอลิก อ่านะ
ถ้าคาทอลิกจะภูมิใจความเป็นไทยก็คงไม่แปลก

แต่ว่า ล้ำลึกค่ะๆ เพราะว่า คนไทยนี่ คิดแบบ ประยุกต์
apply concept จริงอ่าเน๊อะ

#4 By dae dae (58.10.167.116) on 2006-10-31 09:20


เคยไปวัดนี้มาแล้วล่ะ แต่ไม่เคยรู้ประวัติละเอียดขนาดนี้ ขอบคุณมากนะคะ จะติดตามนะคะว่าครั้งหน้าจะเป็นที่ไหน

#5 By jib (203.209.25.201) on 2006-11-23 23:46

โบสถ์ที่บาร์เซโลน่า คงจะเป็นที่เดียวกันกับชื่อ La Scrada de Familia ของ Antonio Gaudi นะครับ
ถ้าผมเขียนชื่อผิดไปก็ขอโทษด้วยนะครับ
กะลังรอคุณพาไปเที่ยวที่อื่นอีกครับ

#6 By monticello on 2006-12-01 21:35

ตั้งนานกว่าจะเข้าได้

#7 By (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:02

ตั้งนานกว่าจะเข้าได้

#8 By แนน (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:03

อยากให้มีเนื้อหาสาระมากกว่านี้

#9 By แนน (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:06

วัดสุทัศน์...ก็มีความรู้ดีนะ
ใครก็ได้เข้ามาคุยกันหน่อย

#10 By (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:12


โชคดีนะ

#11 By (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:14

อยากรู้ว่าชื่ออะไร

#12 By แนน (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:17

ชื่อบอม

#13 By บอม (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:19

ขอบคุณนะที่บอก
เวลาหมดเเล้วแค่นี้ละกัน
ถ้าว่างเดี๋ยวค่อยเข้ามาคุยกันใหม่นะ
ลาก่อน

#14 By แนน (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:23

อะไรกันยังคุยไม่รู้เรื่องเลย

#15 By บอม (203.113.67.7) on 2007-02-20 14:25

ดีมากม๊ากเลยตัวเอง

#16 By (202.29.82.21 /10.13.9.27) on 2007-08-28 12:16

กด

#17 By ปอ (125.25.180.194) on 2007-11-19 15:16

#18 By (58.8.187.93) on 2007-11-21 17:32

#19 By (58.8.187.93) on 2007-11-21 17:32

อยากได้กลอนประวัติวัดสุทัศน์

#20 By เดะ (61.7.146.251) on 2008-06-16 09:00