Fatima - เรื่องของแม่พระประจักษ์

หายไปนานเลยไหมเนี่ย พอดีผมแอบหนีไปเที่ยวโปรตุเกสกับสเปนมาแหละครับ เลยหายโล่งไปยาวเลย แต่ยังไม่ลืมเพื่อนๆใน exteen หรอกนะครับ มีเรื่องหลายเรื่องที่ไปดูมาสนุกมากๆ เห็นมีแต่คนถามถึงเรื่อง Titanic นะ ผมคงต้องไปศึกษาก่อนแหละเพราะยังไม่เคยไป Southampton เลยล่ะครับ (มีคนบอกว่าอย่าไปไม่มีอะไรให้ดู ก็เลยไม่ไปซะงั้น) เอาเป็นว่ามาเล่า Series ของโปรตุเกสกับสเปนกันก่อนละกันในช่วงนี้นะ กลัวไปเที่ยวมาแล้วลืมซะเอง จำไม่ได้แล้วเพื่อนๆเคืองตายเลย งิงิ

เรื่องเกี่ยวกับประเทศโปรตุเกสตอนที่เราเรียนในโรงเรียนนั้นมีไม่ค่อยเยอะเมื่อเทียบกับเรื่องประเทศอื่นๆเช่นฝรั่งเศส อังกฤษ จากหลักฐานต่างๆนั้นเราก็ได้รู้มาว่าโปรตุเกสเป็นชาติแรกๆที่มาติดต่ออยุธยา นำมะละกอเข้ามา สอนคนไทยทำขนมพวกทองหยิบทองหยอดฝอยทอง และเป็นนักเดินเรือ

(ไว้จะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป)

เรื่องพระแม่ฟาติมา

วันนี้มาเล่าเรื่องพระแม่ฟาติมาก่อนดีกว่านะครับ อาจจะเคยได้ยินเรื่องนี้กันผ่านหูผ่านตามากันบ้างเกี่ยวกับเด็กน้อย 3 คนที่ได้พบกับพระแม่มารีอาหรือพระแม่พระประจักษ์ที่ทรงเสด็จมามอบข่าวสารจากสวรรค์ให้กับมนุษย์

เด็กทั้ง 3 คนนี้ได้แก่ ลูเซีย ฟรางซิสโกและยาชินตาเป็นเด็กชาวเมืองฟาติมา ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆทางตอนเหนือจากเมือง Lisbon เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1917 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 แป๊ปนึง

Photobucket - Video and Image Hosting

วงเวียนแห่งหนึ่งในเมืองนะครับ

Photobucket - Video and Image Hosting

พระแม่เสด็จปรากฎตัวให้เด็กน้อยทั้ง 3 คนครั้งแรก ในวันที่ 13 พฤษภาคม 1917 ภาพด้านบนนี้ผมไปถ่ายมาโดยมีคนแก่คนในพื้นที่นั้นพาไปให้ดู โดยบอกผมว่าเป็นสถานที่ที่พระองค์ปรากฎตัวครั้งแรก ด้านหลังจะมีถ้ำ (แต่ตอนนี้ตันไปแล้ว)การเจอปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติทำให้เด็กต้องแอบมุดเข้าไปหลบในถ้ำ จนพระแม่มารีอาได้ทรงตรัสกับเด็กๆเหล่านั้นว่าอย่ากลัวพระองค์ พระองค์มาจากสวรรค์ จะมาทุกวันที่ 13 เป็นเวลา 6 ครั้งจนถึงเดือนตุลาคม

Photobucket - Video and Image Hosting

ทางเดินไปแต่ละจุดนี่ก็เปลี่ยวๆนิดๆแต่ก็มีทัวร์มาลงเยอะแยะ

เด็กๆถามว่าจะไปอยู่ในสวรรค์กับพระองค์ได้ไหม พระองค์ตรัสตอบว่าพระองค์จะพา ฟรางซิสโกและยาชินตาไปก่อนในไม่ช้านี้แต่ทุกคนต้องสวดมนต์ด้วยลูกประคำก่อน ส่วนลูเซียนั้นจะต้องอยู่ช่วยพระเจ้าบนโลกมนุษย์ก่อนแล้วพระองค์จะมารับไปอยู่กับพระองค์บนสวรรค์หลังจากนั้น พระแม่ประจักษ์ได้มอบความลับ 3 อย่างให้แก่เด็กทั้ง 3 จนกว่าเวลาจะมาถึง ความลับนั้นคืออะไรหรือ? อยากรู้ละซิ? คิคิ

เด็กๆเลยถวายตัวเพื่อศาสนา สวดมนต์พร้อมเชิญชวนให้ชาวบ้านร่วมกันสวดมนต์ด้วย

Photobucket - Video and Image Hosting

ที่นี่เป็นอีกจุดที่พระแม่ทรงเสด็จมา

Photobucket - Video and Image Hosting

สถานที่สุดท้ายที่พระองค์เสด็จมานั้นเห็นคุณลุงชาวฟาติมาที่เป็นคนนำทางผมให้ชี้ว่า ต้นไม้ต้นนี้บริเวณโบสถ์นั้นเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระองค์เสด็จมาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1917 พร้อมด้วยสักขพยานกว่า 7 หมื่นคนที่มาเฝ้ารอพิสูจน์ว่าคำกล่าวของเด็กที่ได้พบกับพระแม่มารีอาเป็นจริงไหม

ไกด์ส่วนตัวผมบอกว่าวันนั้นเกิดฝนตก ตกออกมาเป็นดอกไม้ พอดอกไม้ตกมาอยู่ที่มือแล้วก็จะหายไป แต่บางเรื่องราวที่ผมเคยอ่านก็พูดถึงแสงปาฎิหารต่างๆที่เกิดขึ้น พระแม่ทรงตรัสว่าให้สร้างโบสถ์ที่เมืองฟาติมานี้ สวดมนต์ภาวนา และเชื่อในพระเจ้า

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

ภายนอกและภายในวิหารครับ น่าทึ่งไหมล่ะเนี่ย

Photobucket - Video and Image Hosting

รูปปั้นเด็กน้อยทั้ง 2 เยชินตาและฟรางซิสโก ที่ได้เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 แต่รูปปั้นของลูเซียยังไม่มีนะครับ ลูเซียเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2005 (ปีที่แล้วเอง เลข 13 อีกละเนอะ)คิดว่าไม่นานนี้คงจะมีรูปปั้นลูเซียเพิ่มอีกคนละครับ

Photobucket - Video and Image Hosting

คนที่มาสักการะที่นี่นั้นบางคนมาแบบแสดง spirit ในความศรัทธามากๆ โดยการเดินมาจากที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส สเปน เดินนะครับเป็นเดือนเลย แล้วก็มาคลานๆรอบๆโบสถ์เพื่อแสดงความศรัทธาในพระองค์ บางคนก็มองว่าคนเหล่านี้บ้าคลั่งเกินไป (แต่ผมว่าความคิดใครว่าคิดมันแหละนะ)เมื่อก่อนเห็นมีคนเล่าว่าคลานกันจนเป็นแผลเลือดอาบเลยนะครับจนทางการต้องมาสร้างแผ่นกระเบื้องกันคนบาดเจ็บซะเลย

Photobucket - Video and Image Hosting

แม้แต่บ้านของลูเซียก็กลายเป็นพิพิธภัณท์ไปแล้วล่ะ

ความลับที่พระแม่ฟาติมาทรงบอกเด็กๆทั้ง 3 คนมาอะไรบ้าง?

1. นรกคือแดนน่าสะพรึงกลัว ควรทำดีเพื่อขึ้นสวรรค์

2. ประเทศรัสเซียจะถูกลัทธิคอมมิวนิสเข้าครอบงำ แม่แต่ทางศาสนายังถูกต่อต้าน

3. เป็นความลับที่ลูเซียเขียนไว้ในกระดาษแล้วบอกว่า "รอเวลามาถึงแล้วจะทราบ" ความลับข้อนี้พระสันตปาปาก็ได้อ่านแล้ว ก็ไม่พูดอะไรก็เก็บใส่ซองไว้เหมือนเดิม มีการคาดเดาไปต่างๆนานาว่าเป็นเรื่องสงครามหรือเปล่า แต่มีการคาดเดาที่ให้น้ำหนักสูงที่สุดคือพระสันตะปาปาจะถูกลอบปลงพระชนม์ละครับ

เวลาไปเที่ยวโปรตุเกสอย่าลืมไปเที่ยวดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันหลับไหลแห่งนี้นะครับผม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สุดยอด สวยมากๆเลย
ดูศักดิ์สิทธิ์มากมาย

#1 By 【 Shin_kt 】 on 2006-05-31 07:23

คงไม่มีโอกาสได้ไป แต่ได้เห็นภาพของคุณก็รู้สึกดีเหมือนได้ไปแล้วล่ะครับ

#2 By นายฉิม on 2006-05-31 08:21

อยากรู้ความลับอย่างที่ 3 จัง..
เขาว่าเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวสุดๆ

#3 By kororo on 2006-05-31 12:58

ความลับที่ 3 คือ...

จะมีผู้สร้างสื่อบันเทิง ที่กระทบกระเทือนถึงศาสนารึเปล่าครับ?
(คงไม่เกี่ยวมั้ง)

#4 By Prince Ame on 2006-05-31 13:29

อยกาไปแฮะ และก็อยากรู้ข้อความข้อที่ 3 ด้วย เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าจะเป็นทำนองภัยพิบัติ

#5 By ฟิวส์ on 2006-05-31 15:06

ศรัทธาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
ความเชื่อของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน
ดังนั้นเราคงไม่สามารถตัดสินเขาได้จริงๆ แหละครับ

แต่จะว่าไป การคลานรอบๆ วิหาร มีนัยยะสำคัญประการใดครับเนี่ย

#6 By AkE on 2006-05-31 21:01

...(เวลามาอ่านบล๊อคนี่ทีไรชอบแอบคิดไรขำๆทุกที..อิๆ)... กำลังคิดเล่นๆนะคะว่า คนที่มาคลานๆที่คงเจ็บนะ... ทางสถานที่น่าจาเตรียมสนับศอก+เข่า ไว้เนอะ เวลามาคลานจาได้มีระบบป้องกันศอกกับเข่า

#7 By F I N E on 2006-05-31 21:56

ข้อ 3 นี่ตกลงไม่มีใครรู้เนอะ

#8 By Loftster on 2006-06-01 06:05

ตอนเรียนพระคัมภีร์ที่โรงเรียนอะ ครูก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง น่าทึ่งอะ

#9 By me-in (58.10.167.253) on 2006-06-08 11:17

อยากรู้ให้แน่ว่าความลับ
อย่างที่สามคืออะไรกันแน่ angry smile

#10 By (61.91.168.167) on 2007-10-26 20:53

สำหรับผู้ที่สนใจและอยากรู้เรื่องราวการประจักษ์ของแม่พระนั้น ให้เข้าไปอ่านเอาเรื่องใน http://www.fatima.co.th/Mary/fatima/fatima.htm มีเรื่องราวการประจักษ์มาของแม่พระในสถานที่ต่างๆ และข่าวสารที่แม่พระมาบอกผ่านบุคคลต่างๆ
อ่านเอาเอง..คิดเอาเอง..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

#11 By เทราซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 11:53

ความลับส่วนที่ 1 "ภาคแรกนั้นเป็นภาพนิมิตของนรก แม่พระได้ทำให้เราเห็นทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ใต้โลก ปีศาจและวิญญาณในรูปมนุษย์มากมายตกลงไปในไฟนี้ ดั่งถ่านไฟที่กำลังลุกโชน บางร่างนั้นถูกเผาจนดำสนิท บางร่างก็เป็นสีตะกั่ว ลอยคออยู่ในทะเลเพลิงดังกล่าว บางร่างก็ถูกแรงไฟที่กำลังเผาร่างของตนอยู่นั้นผลักให้ลอยขึ้นไปในอากาศพร้อมกับกลุ่มควัน แล้วก็ตกกระจายลงมาไปคนละทิศคนละทางดั่งสะเก็ดไฟที่แตกกระจายจากการปะทุของกองไฟใหญ่ ร่างเหล่านั้นไม่สามารถจะควบคุมน้ำหนักตัวเองให้เกิดความสมดุลได้ ท่ามกลางเสียงร้องโอดครวญ โหยหวนด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ซึ่งเราเห็นแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นกันทุกคน"(ยังมีต่อนะ)

#12 By เทราซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 12:02

ความลับส่วนที่ 1 (ต่อเลยนะ)"เจ้าปีศาจนั้น มองจากรูปร่างที่คล้ายสัตว์ร้ายน่ากลัว แต่ก็ไม่เหมือนสัตว์ชนิดใดที่เราเคยรู้จักมาก่อน ทุกร่างนั้นดำทมึนแต่ก็โปร่งมองทะลุได้... เราได้เห็นภาพนิมิตนี้เพียงชั่วขณะ เราจะขอบคุณพระแม่ด้วยความกตัญญูเพียงใดถึงจะเหมาะสมพอเพียง เพราะพระนางได้ทรงเตรียมใจเราแล้ว โดยสัญญาในการประจักษ์ครั้งแรกว่าจะพาเราไปชมสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าเราคงจะตายเพราะความกลัวและภาพอันสยองขวัญเสียก่อนเป็นแน่ จากนั้นเราได้เงยหน้าขึ้นไปยังแม่พระผู้ตรัสกับเราด้วยความอ่อนหวานแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าว่า ...พวกเธอได้เห็นนรกที่บรรดาวิญญาณที่น่าสงสารทั้งหลายตกลงไปแล้ว เพื่อที่จะช่วยวิญญาณเหล่านั้น พระเป็นเจ้าทรงปรารถนาที่จะก่อตั้งความครัทธาต่อดวงใจบริสุทธิ์ของเรา ถ้าสิ่งที่เราได้บอกพวกเธอนั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้ว วิญญาณมากมายจะรอดและเมื่อนั้นล่ะสันติจะกลับคืนมา" (ยังมีต่ออีกนะ)

#13 By เทเรซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 12:11

ความลับส่วนที่ 1 (ต่อกันเลยนะ) "สงครามจะสิ้นสุดในเร็ววัน แต่ถ้าหากมนุษย์ไม่หยุดทำขัดเคืองพระทัยพระเจ้า สิ่งที่เลวร้ายกว่าก็จะเกิดขึ้นในช่วงสมัยของพระสันตะปาปาปีโอที่ 11
เมื่อพวกเธอเห็นค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขอให้รู้ไว้เถิดว่า นั้นคือเครื่องหมายอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงบอกให้พวกเธอทราบว่า พระองค์กำลังจะลงโทษโลกเนื่องด้วยความผิดมหันต์ที่โลกกระทำ พระองค์จะลงโทษด้วยสงคราม ความอดอยากและการเบียดเบียนพระศาสนจักรและการเบียดเบียนพระสันตะบิดา

#14 By เทเรซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 12:19

ความลับส่วนที่ 2 (จะต่อเนื่องจากความลับส่วนที่ 1)
"เพื่อที่จะป้องกันสิ่งดังกล่าวนี้ เราจะมาเพื่อขอให้มอบถวายรัสเซียต่อดวงใจอันบริสุทธิ์ของเรา และขอให้รับศีลมหาสนิทเพื่อเป็นการชดเชยโทษนั้นในวันเสาร์ต้นเดือน
"หากคำขอของเราได้รับการตอบสนอง รัสเซียจะกลับใจและจะเกิดสันติ หาไม่แล้วรัสเซียจะแพร่ขยายความผิดพลาดของตนไปทั่วโลก ทำให้เกิดสงครามและการเบียดเบียนพระศาสนจักร คนดีมากมายจะต้องสิ้นชีพเป็นมรณสักขี พระสันตะบิดรจะต้องทรมานอย่างมาก ชาติต่างๆ จะถูกทำลาย แต่ในที่สุดแล้วดวงใจบริสุทธิ์ของเราจะมีชัย พระสันตะบิดรจะมอบถวายรัสเซียแก่เรา และรัสเซียจะกลับใจและช่วงเวลาแห่งสันติภาพจะเกิดขึ้นในโลก"
(เหตุการณ์ต่างๆ ของความลับส่วนที่ 1 และ 2 ได้เกิดขึ้นและผ่านพ้นไปแล้ว ขอบคุณแม่พระฟาติมา)

#15 By เทเรซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 12:26

ความลับส่วนที่ 3 โดยซิสเตอร์ ลูเซีย วันที่ 3 มกราคม 1944
J.M.J (เยซู มารีอา ยอแซฟ) ต่อไปนี้คือความลับส่วนที่สามที่เผยให้เราทราบที่ โควา ดา อิรีอา ฟาติมา ในวันที่ 13 กรกฏาคม 1917
"ลูกเขียนสิ่งนี้ด้วยความนอบน้อมต่อพระองค์ พระเจ้าข้า ดั่งที่พระองค์ทรงสั่งให้ลูกเขียน ผ่านทางพระสังฆราชแห่งเรอีเรีย และผ่านทางพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และของลูกเองด้วย
"หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อธิบายภาพนิมิตทั้งสองไปแล้ว ในทางด้านซ้ายมือของแม่พระและสูงขึ้นมาหน่อยนั้น เราเห็นเทวดาถือดาบที่ลุกเป็นไฟสว่างจ้าในมือซ้าย ไฟนั้นพลุ่งออกมาราวกับจะเผาผลาญโลกให้เป็นจุล แต่ไฟนั้นก็มอดดับลง เมื่อสัมผัสกับแสงเรืองรองที่แผ่ออกมาจากพระหัตถ์ขวาของแม่พระตรงไปที่เทวดานั้น เทวดาได้ร้องด้วยเสียงดังว่า จงใช้โทษบาป จงใช้โทษบาป จงใช้โทษบาป"
(ยังไม่จบ มีต่ออีกนะ)

#16 By เทเรซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 12:36

ความลับส่วนที่ 3 (ต่อ)
และเราเห็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่นั่นคือพระเป็นเจ้า ...เป็นบางอย่างที่คล้ายกับภาพสะท้อนในกระจกเมื่อคนนั้นเดินผ่าน เราเห็นพระสังฆราชในชุดสีขาว และเรามีความรู้สึกว่านั่นเป็นพระสันตะบิดา พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง กำลังเดินขึ้นไปยังภูเขาสูง ที่บนยอดมีกางเขนใหญ่ปักอยู่ กางเขนนี้มีลำต้นเหมือนต้นไม้ก๊อกเปลือกหนา ก่อนที่จะถึงยอดภูเขานั้น พระสันตะบิดาได้เสด็จผ่านเมืองใหญ่ที่ครึ่งหนึ่งถูกทำลายย่อยยับและอีกครึ่งหนึ่งกำลังสั่นสะเทือน ด้วยความปวดร้าวและเศร้าใจ พระองค์ทรงภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของบรรดาซากศพเหล่านั้นที่พระองค์เห็นในระหว่างทาง เมื่อมาถึงยอดภูเขาพระองค์ทรงคุกเข่าลงต่อหน้าไม้กางเขนใหญ่ พระองค์ถูกฆ่าโดยกลุ่มทหารสาดกระสุนและธนูมายังพระองค์ และในลักษณะเดียวกัน บรรดาพระสังฆราชและพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงและบรรดาฆราวาสในฐานะต่างๆ มากมายก็สิ้นชีวิตด้วย
"เบื้องล่างของไม้กางเขนทั้งสองด้าน มีเทวดาสององค์ แต่ละองค์ถือภาชนะอยู่ในมือเอาไว้เก็บรวบรวมเลือดของบรรดามรณสักขี และใช้เลือดนั้นพรมบรรดาวิญญาณที่กำลังเดินทางไปหาพระเจ้า"
(แปลจาก Inside The Vatican Magazine;January 2001)

#17 By เทเรซาปราจีนฯ (117.47.30.233) on 2008-06-27 13:16