Singapore ตอน 3 - เดินเล่นกัน 1 คืน
posted on 19 Feb 2006 06:41 by londonboi in Asiaปกติคนไปสิงคโปร์ไปทำอะไร? ถ้าดูในโปรแกรมการท่องเที่ยวของทัวร์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะบอกว่าพาไป
สวนนกจูร่ง - ไปทำไมไปดูในป่าเมืองไทยมีสวยๆตั้งเยอะอยากดูนกในกรงเขาดิน พาต้าก็มี
เกาะเซ็นต์ซ่า - สวนสนุกเมืองไทยก็มีดรีมเวอร์ สวนสยาม มีที่ไหนอีกเยอะแยะ
Underwaterworld - สยามพาราก่อนเราก็มี ตอนนี้สิงคโปร์โปรโมตของมันใหญ่ กลัวเจ๊ง
ข้ามมันไก่ที่อร่อยสุด? - ต้องหอบไปกินข้าวมันไก่ซะที่นั่นอะนะ?
Shopping ถนน ออร์ชาร์ต?
มาดูออร์ชาตกันดีกว่าว่าเป็นยังไง
รูปถ่ายเมื่อผมไปตอนช่วงคริสมาสตร์ปีที่ผ่านมา
คนสิงคโปร์เนี่ยคิดอะไรไม่ออกก็จะมาถนนนี้แหละครับ มันเป็นถนน Shopping ของเขาเหมือนสยามแสคว์ แต่ว่านะมันไม่มีที่อื่นให้ไปแล้ว ชีวิตของคนที่นี่ก็ไม่รู้จะไปไหนก็มารวมตัวกันล้านแปดที่นี่แหละ เกาะเล็กๆทำอะไรได้ที่ไหน
มันก็ดูสวยดีนะ แต่ผมว่ามันยังไม่ได้อลังการเท่ากรุงเทพเท่าไหร่ การทำกิจกรรมจัดความสวยงามอะไรของสิงคโปร์เนี่ย ผมว่าประเทศไทยชนะขาดเลยครับ งานศิลป์งานโฆษณาของเขาก็อย่างที่บอก คนไม่ค่อยจะสร้างสรรค์อะไรมาก ประเทศนี้โดนจำกัดอะไรเยอะ งานออกมาก็เลยงั้นๆอะครับ
ตรงนี้เป็นจุด View Point นิดนึง คนชอบมาดูว่าบรรไดมันเปลี่ยนสีได้ คนที่นี่ก็ตื่นเต้นๆๆๆ มีของแปลกๆ พอผมไปเห็นกรุงเทพความรู้สึกก็เลยแบบว่าอยากให้คนสิงคโปร์มาดูที่กรุงเทพบ้างว่า สยามเซ็นต์เตอร์ของเรามันเปลี่ยนสีได้ทั้งตึก !!! แค่นี้ทำไมตื่นเต้นกันนักหนา
ตึกนี้ชื่อตลกดี ผมคงออกเสียงไม่ผิดมั้งนะว่า "หงี่ แอน"
ใครชื่อแอนก็.... โดนเพื่อนๆล้อไปหน่อยนะครับ คิคิ
แต่อ่านคอมเม้นต์ข้างล่างแล้วมีพี่คนหนึงบอกว่าจริงแล้วมันชื่อ อี้อัน นะครับ
แต่พี่อีกคนหนึ่งบอกว่า Direct ของมันไม่ได้อ่านว่า อี้อัน อ่านอย่างอื่น
เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมถามเพื่อนคนสิงคโปร์ดีกว่าว่าคนที่นั่นอ่านยังไง
เพราะคนจีนแต่ละท้องที่จะใช้ภาษาจีนคนละสำเนียง
จริงๆผมกะจะแค่ทำให้มันเป็นเรื่องตลกๆทะลึ่งๆเท่านั้นเองแหะ
ยังมีชื่อแปลกๆของที่นี่อีกนะไม่รู้ภาษาอะไรเช่น เอดก (น่าจะอ่านอย่างงี้นะ)แต่มันสะกด EDOK อย่างงี้อะครับ ผมไปกับเพื่อนนี่ขำกันใหญ่
ตู้ปลาตู้หนึ่ง น่าจะมีตู้เดียวนะเพราะไปห้างอื่นไม่เจอ คนก็ไปมุงมองปลากัน น่าสงสารจริงๆ บ้านเมืองเล็ก ไม่มีไรเลย อะไรก็ไม่ค่อยมีให้ดู เมืองไทยตั้งตู้แบบนี้กันที่ตรง Fast Food เยอะแยะ

ป้ายโฆษณาที่ผมเจอที่สิงคโปร์ก็ไร้สีสรรมากๆๆ มีแต่ข้อมูล ภาพไม่มี
ความมีชีวิตชีวาของประเทศหนึ่งๆนี่ผมว่ามองได้จากงานโฆษณานะเพราะมันบอกว่ากระแสของประเทศนั้นๆเป็นยังไง ถ้าไปอยู่สิงคโปร์คงเบื่อตาย ไม่มีขบขัน ไม่มีไรเลย มีแต่ข้อความ ผมเดินไปดูกี่อันก็จะเป็นแบบนี้แหละ มีแต่ข้อความ ภาพน้อยๆ โอ้ย คนที่นี่เป็นหุ่นยนต์ป้อนข้อมูลกันแค่นั้นหรือ???
ที่ถนนออร์ชาตเนี่ยไม่ได้มีแค่พวก ห้าง ร้านค้า โรงแรมราคาแพงๆอยู่แค่นั้น แต่ใครจะไปเชื่อว่ามีสถานทูตไทยตั้งอยู่ด้วย จริงๆแล้วที่ดินตรงนี้รัชกาลที่ 5 ไปซื้อไว้นะครับ แล้วต่อมาก็เลยตั้งเป็นสถานทูตไทย เป็นตรงที่มีทำเลดีมาก นักธุรกิจทั้งหลายของสิงคโปร์ก็เลยพยายามมาติดต่อพวกนักการเมืองไทยบางคนที่ชั่วๆพร้อมจะขายชาติโดยการให้สินบนเพื่อให้มีการขายที่ของสถานทูตเพื่อผลประโยชน์ของเขากันสมบัติของชาติทำไมไม่คิดจะรักษาไว้กันหล่ะครับ ไม่เข้าใจเลยจริงๆชีวิตคิดได้แต่เรื่องตังหรือไง
แต่ว่าผมว่าของใน Orchard ก็ไม่ได้ถูกมากเท่าไหร่หรอก เพราะส่วนใหญ่เพื่อนผมจะไปถ่ายรูปเอาโก้เก๋กันมากกว่า...แล้วสุดท้ายก็ไปซื้อของที่ มุตตาฟา ตรง Little India พวกนาฬิกา น้ำหอม ช็อกกาแล็ต แล้วก็มาบอกว่าซื้อที่ ออชาร์ต 555
ถ่ายตรงมุตตาฟา
มาดูตรงแหล่งดั่งเดิมของเขาดีกว่านะครับ จุดนี้ อยู่แถวรัฐสภาริมแม่น้ำสิงคโปร์จะมีแหล่งธุรกิจ แล้วก็มีรูปปั้นของ Sir Stamford Raffles ที่อังกฤษส่งมาระแวกนี้แหละครับ จริงๆแล้วระแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เนเธอร์แลนด์น่าจะมีอิธิพลสูงสุดเพราะว่าได้ดินแดนอาณานิคมแถบอินโดเนียเซีย เลยสามารถคุมการค้าการทะเลได้ แต่เนอเธอร์แลนด์ประสบปัญหาการเมืองจากฝั่งยุโรปในช่วงนั้นจากสงครามช่วงที่นโปเลียนเป็นใหญ่ อังกฤษเลยเข้ามามีอิทธิพลแทนซะเลย ตอนหลังเขาก็เลยมาลงเอยกันสถานีการค้าในสิงคโปร์นี่แหละครับ คนนี้เลยกลายเป็นฮีโร่ อะไรๆที่สิงคโปร์ก็ ราฟเฟิลๆๆ ไปหมด ไม่ต่างกับที่อังกฤษอะไรๆก็ เนลสันๆ ทราฟัลก้าๆๆ
สิงโต Merlion ไม่รู้คน Design คิดได้ไง สิงโต+ปลา
พูดถึงอังกฤษนะครับผมว่าประเทศนี้มันเก่งนะ มันมีอาณานิคมเยอะแยะไปหมด การบริหารงานต่างๆนี่ก็เป็น Globalisation มาตั้งนานแล้ว รัฐบาลอังกฤษในอินเดียก็บริหารงานของตัวเองได้อย่างอิสระ สิงคโปรก็ด้วย ทั้งๆที่เทคโนโลยี่สมัยนั้นก็มีแค่ การส่งจดหมาย การเดินเรือก็เป็นการคมนาคมที่ดีที่สุด แต่ดินแดนต่างๆของอังกฤษก็สร้างความร่ำรวยไปสู่เมืองแม่ได้ แม้เด็กๆที่ตามพ่อแม่ไปอยู่ในดินแดนในอาณานิคมก็สามารถเรียนหนังสือโดยหลักสูตรของอังกฤษเมืองแม่ที่ทาง British Council ซึ่งมีสาขาเข้าไปตั้งอยู่ในประเทศนั้นๆได้ (แต่ British Council เกิดมาซักประมาณ 70 ปีก่อนนะครับ)
ที่กรุงเทพก็มี British Council นะครับอยู่ที่สยามแสคว์แหละ
ผมเดินไปเจอช้าง ก็เลยสนใจเพราะสิงคโปร์จะมีช้างหรือ???
น่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับไทยก็ได้
อ่านป้ายดูเห็นข้อความ
เนื้อหานั้นก็บอกว่าพระบาทสมเด็จพระปริมิทรามหาจุฬาลงกรณ์
พระมหากษัตริย์ประมุขแห่งสยามประเทศ
เสด็จมายังประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการเสด็จเยือนชาติแรกที่ราชวงศ์สยามเสด็จมา
16 มีนาคม 1871
สิงคโปร์เนี่ยที่ผมดูๆมาผมว่ามันสู้เมืองไทยอะไรไม่ได้เลยอะครับ ไม่น่าอยู่เท่าเมืองไทยเลยเรามีอะไรดีกว่ามันต้องเยอะ มันเลยพยายามหาทางกัดจิกตบตีขัดขวางเมืองไทยในทุกๆอย่าง เดิมทีมีคนบอกว่าขุดคลองคลอดกะนี่จะทำให้สิงคโปร์เจ๊งได้ แต่เดียวนี้มันก็ยากแล้วครับเพราะสิงคโปร์หาทางทำลายเมืองไทยทุกอย่าง จนช่วงวิกฤติเงินบาท มันมายึดธนาคารเราเกือบหมดแล้ว ถ้าจะขุดคลองขึ้นมา สิงคโปร์มันก็แค่บอกว่า "ไม่อนุญาติปล่อยกู้ให้" เราก็ขุดไม่ได้อยู่ดี จะทำอะไรก็ต้องขอสิงคโปร์ไปซะหลายอย่าง ไม่แปลกเลยครับที่สิงคโปร์จะมีเอี่ยวธุรกิจใหญ่ๆในเมืองไทยไปซะหมด อะไรๆก็มีสิงคโปร์มาร่วมด้วย
ก็ระวังสิงคโปร์ไว้นะครับ ก่อนที่มันจะมายึดเราไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
แต่ก็นะ...โดนสิงคโปร์ยึดเองอาจจะไม่เจ็บใจเท่า คนไทยไปเปิดประตูให้มันมายึดละน้อ










ขอชี้แนะนิดหนึ่งงงงงงงตามที่ลอนดอนบอยออกเสียงชื่อตึก
ตึกที่เห็นอะ เขาออกเสียงว่า "อี้ อัน" ต่างหากคับ
...
อี้ YI แปลว่า มโนธรรม สำนึกดี
อัน AN แปลว่า สงบ เงียบ สบายใจตึก
มิได้ออกเสียง "หงี่" หรือ "แอน "แต่อย่างใด
ตึกนั้นเจ้าของเป็นคนจีนนะครับ...
..
โดยภาษาการออกเสียงระบบบางคนจีนยังไมค่อยดี เจ้าชื่อบางคนเขียน พินอินไม่ค่อยถูก ทำให้เราเวลาไปอ่านทับโดยเสียงอังกฤษทำให้มีปัญหามีชื่อแปลกออกเยอะ-*-
..
ซึ่งจริงๆมันก็มีแปลกอะนะแต่อันไหนเราพอรู้ก็มาร่วมศึกษากันฮะ
รบกวนชี้แจงตามนี้
@Jetkaro
ถ้าช่วยแก้ไขก็จะสมบูรณ์ดีขึ้นครับ
#1 By * Jetkaro ShowtimE * on 2006-02-19 06:54