Liverpool เมืองหลวงวัฒนธรรม
posted on 11 Nov 2005 05:28 by londonboi in UKหายไปหลายวันเลยเนอะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคอมเม้นต์ที่แนะนำมาและขออภัยจริงๆนะครับกับเรื่องการสะกดคำของผม แหะๆ ผมยอมรับจริงๆเลยว่าหลายๆครั้งผมพิมพ์ผิดในการสะกดภาษาไทย ยังไงฝากดูแลผมตรงนี้กันหน่อยนะครับ ^^" (ติดภาษา chat 555)
วันนี้จะมาเล่าถึงว่าตอนนี้ Liverpool ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง คือว่าตอนนี้เนี่ยเมืองนี้ไม่ได้เป็นเมืองที่วุ่นวายแบบก่อนๆอีกแล้ว ฐานการผลิตต่างๆเนี่ยไม่รู้จะเหลือซักกี่อย่างที่อยู่ในอังกฤษแท้ๆ
เคยมีน้องๆบางคนที่ผมเจอที่อังกฤษนั้นมาบ่นกับผมว่า
"พี่ต้าร์ ทำไมอังกฤษมีแต่ของปลอม made in China เยอะแยะเลย"
ช่วงหลังประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างอังกฤษเนี่ยก็จะใช้วิธีการย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงต่ำกว่าโดยอาศัยเทคโนโลยีและเสถียรภาพทางการเงินเข้าไป แล้วนำผลผลิตกลับมาขายที่ประเทศตัวเอง
ตอนนี้อังกฤษเนี่ยเป็นหนึ่งในประเทศที่คนจะมาแสวงหาความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ เปิดในเรื่องการศึกษา มีการส่งออกด้านบริการการศึกษาแทบจะเป็นอันดับแรกๆของโลกได้เลย ปัญหามีอยู่ว่าอังกฤษไม่กลัวหรอว่าการที่เปิดให้คนต่างชาติเข้ามาเรียนเยอะๆจะทำให้เขาเหล่านั้นรับความรู้เทคโนโลยี่ต่างๆไปใช้ในการแข่งขันกับเขา ในความรู้สึกต้าร์จากที่เคยศึกษาเกี่ยวกับความรู้สึกของอาจารย์ชาวอังกฤษคือ ก็กลัวแต่ในเมื่อเขาพัฒนาเท่าเทียมกับคนอังกฤษได้ คนอังกฤษก็ต้องพยายามก้าวให้เร็วกว่า มันก็เป็นความสำเร็จอย่าง win-win ทั้ง 2 ฝ่ายด้วย
ถ้าพูดถึงเรื่องความรู้ต่างๆแล้ว คือหลายคนหวงงานเขียนตัวเองนะ ก็เคยมีคนถามผมอยู่ว่า ถ้าเกิดมีคน copy เรื่องที่ผมเขียนไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆ แล้วผมจะทำไง? แหะๆ ผมก็คงบอกได้ว่า ผมก็ต้องพยายามศึกษาอะไรให้ลึกขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ให้คนที่ copy ได้ตามผมทันละครับ ความรู้เป็นสิ่งไม่น่าจะหวงหากเราต้องการจะพัฒนาความรู้อะไรไปด้วยกัน เพียงแต่ถ้าเราต้องการจุดแข็งในความรู้นั้นๆ เราต้องศึกษาให้มากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง
ผมจึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า "การเป็นอาจารย์ในบางครั้งจะต้องหวงวิชา ไม่งั้นพอเด็กเก่งกว่ามันจะมาวัดรอยเท้า" คือผมรู้สึกว่าเมื่อต่างคนต่างกลัวเรื่องแบบนี้มันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาในสังคมครับ ศักดิ์ศรีบางทีกินไม่ได้เมื่อเทียบกับผลดีที่เกิดขึ้นในองค์ความรู้นะ ใครมีข้อมูลอะไรดีๆที่เป็นประโยชน์ก็แชร์กันดีกว่า

ฮ่า นอกเรื่องไปเยอะมากๆ คือว่า Liverpool ในตอนนี้นะครับกลับกลายเป็นเมืองแสงสีแทนซะแล้ว เนื่องจากมันเคยเป็นเมืองการค้าการพาณิชย์เวลาพ่อค้า นักธุรกิจ เดินเรือมาที่นี่ก็จะมาพักที่นี่ เพราะฉะนั้นรากฐานของเมืองนี้มันจะมีงานบันเทิงต่างๆ มีแหล่งรื่นเริง ร้านเหล้า บาร์เบียร์ โรงละครให้คนได้มาพักผ่อนหลังจากเดินทางอันยาวบนเรือ
ด้วยรากฐานตรงนี้เอง รัฐบาลอังกฤษเลยพยายามปรับปรุงเมืองที่เสื่อมโทรมให้กลายมามีแสงสีอีกครั้งเลยโปรโมทให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้วได้รับคัดเลือกเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมในปี 2008ที่จะถึงนี้เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมเนี่ยเป็นการร่วมมือของชาติยุโรปที่จะคัดเมืองต่างๆเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวของเขา เวียนกันไปทีละประเทศ และในเมืองต่างๆในแต่ละประเทศก็จะพยายามแข่งกันพัฒนาการท่องเที่ยวอีก ขอดีของการจัดงานแบบนี้ผมเห็นว่ามันทำให้เมืองแต่ละเมือง จังหวัดแต่ละจังหวัดมีการกระตือรือล้นในการปรับปรุงอะไรต่างๆให้มันดีขึ้น มันเป็นการพัฒนาร่วมกันนะครับ ไม่แน่นะอนาคตอาจจะมีการแข่งขันการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบนี้ในเมืองไทยก็ได้
เมืองนี้มันมีอะไรเยอะแยะที่น่าสนใจเลยนะ นอกจากจะมีท่าเรืออัลเบิตซึ่งเป็นท่าเรือเก่าแก่ของที่นี่ยังมีตึกเก่าๆ ที่ได้รับการอนุรักษณ์ไว้โดย UNESCO ด้วยละ การพัฒนาเรื่องท่องเที่ยวต่างๆเนี่ย Liverpool ทำกันอย่างเป็นระบบมากเพราะมีการร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่ดูแลอาคารเก่าๆ จนไปถึงหน่วยงานราชการของเมือง ในการวางแผน ปรับผังเมือง การจัดงานต่างๆที่จะเกิดขึ้นในปี 2008


แถวบริเวณตึกเก่าๆก็ได้จักเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้ต่างๆ แล้วก็มีการสร้างเสาของ Welington คล้ายๆของ นายพล Nelson ที่ลอนดอนบริเวณ Trafalgar square อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ว่า Welington เนี่ยเป็นขวัญใจของชาวอังกฤษพร้อมกับคำว่า Waterloo ที่เป็นสมรภูมิรบและชัยชนะของอังกฤษครั้งสุดท้ายต่อสงครามสิ้นสุดยุคของพระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศสนะครับ

เนี่ยที่นี่มี China Town ด้วยเหมือนกันนะ คนจีนมาอยู่ที่ Liverpool แต่ไหนแต่ไรแล้วเหมือนกัน อาจจะก่อนหน้าที่ Liverpool จะยิ่งใหญ่ในการค้าก็ได้ แต่การมาของคนส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นยุค Victory (ตรงกับสมัย ร4-5) ช่วงที่อังกฤษเจริญรุ่งเรื่องถึงขีดสุดแน่ๆ คนจีนเนี่ยไปทุกแห่งในโลกจริงๆนะครับ ตอนที่ผมอยู่เมืองไทยนี่ผมเห็นชาวสังคโลกที่มีต้นกำเหนิดมาจากจีนในราชวงศ์ถังแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเก่ามากแล้ว เก่าแบบ 600-700 ปีได้
แต่พอมาในประเทศแถบยุโรปแล้วผมยิ่งตกใจเพราะว่าของ ของเมืองจีนก็มาที่ยุโรปเยอะมาก ในวัง ปราสาทต่างๆไม่ว่าจะเป็นพระราชวังแวร์ซาย์ของฝรั่งเศส พระราชวังวินเซอร์ของอังกฤษ พระราชวังเชิงบุนของออสเตรีย หรือแม้แต่สำนักวาติกันที่มีความเป็นมายาวนานนั้นก็มีการเก็บสะสมศิลปะแบบจีนไว้เต็มเลย ก็แหงแหละในยุโรปเขามีความเป็นมาในเส้นทางสายไหมกับจีนมานานแล้ว พอเราออกมาดูโลกแล้วอาจจะทำให้เรารู้ว่าประวัติศาสตร์ไทยเราเนี่ยอาจจะเป็นแค่หนังสือเรื่องสั้นๆเมื่อเทียบกับจีนเลยก็ได้

ตึกนี้คือตึกที่เคยเป็นที่ทำการของบริษัท White Star Line อันโด่งดัง (ตอนนี้เป็นออฟฟิศธรรมดาไปละ) บริษัทนี้คุ้นๆหูไหมครับ? มันเป็นเจ้าของธุรกิจเดินเรือชื่อดัง จริงๆเดิมทีบริษัทนี้มันตั้งเพื่อเดินเรือทำการค้ากับทางออสเตรเลียนะ แต่ตอนหลังมันมาเดินเรือระหว่าง Liverpool กับ New York อีกทั้งเป็นบริษัทกำเหนิดเรือชื่อดังที่ชื่อว่า Titanic นะครับ (นั่นแหละ Jack กับ Rose) การเดินทางของเรือไททานิคที่ชื่อว่าไม่มีวันจมนั้นเดินทางออกจาก Southampton ทางใต้ของอังกฤษไปยัง New York แต่กลับชนน้ำแข็งจมไปในการเดินเรือครั้งแรกอะซิ

แฟนบอลคงจะชอบนะ สำหรับทีมนี้ แต่ถ้าใครชอบทีมอื่นอย่างเพิ่งโกรธนะครับแหะๆ คือว่า Liverpool FC เนี่ยก็เป็น Brand name ชื่อดังของที่นี่ไปด้วยเลย คนอังกฤษกับฟุตบอลมีประวัติมานานมากแล้ว ฟุตบอลสมัยใหม่มันเริ่มจากการตั้งทีมต่างๆจากพวกนักเรียนในโรงเรียนประจำผู้ดีต่างๆเช่น รร อีตั้น รร วินเชสเตอร์ อะไรพวกนี้ โดยมีการตั้งกฎกติกามาตราฐาน แล้วก็เริ่มมีการแพร่หลายกันไปในวงกว้าง ไปมีการจัดตั้ง Fan Club จนกลายเป็นวัฒนธรรมของคนอังกฤษไป
ฟุตบอลนี่ถือว่าเป็นหัวใจของคนที่นี่มากๆๆๆๆ เชื่อว่าคนอังกฤษบ้าบอลไม่แพ้คนไทยครับ เกิดนั่งผิดฝั่งแล้วไปเชียร์ในฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะโดนระยำได้ บางครั้งก็จะมีรถผูกธงทีมที่ตัวเองชอบขับไปแล้วร้องเฮๆๆๆให้กับทีมนั้นๆ การที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกก็ยากเขาก็คัดกันว่ารักจริงแค่ไหน ไปดูรอบนี้ๆมาหรือเปล่า มีการ Screen คนที่จะเข้าแฟนคลับค่อนข้างสูง เพราะเขาต้องการคนที่ "รักจริงๆ" การที่อยู่ดีๆจะเอาเงินเข้าไปซื้อหุ้นในทีมเขาโดยไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับทีมฟุตบอลเขา แม้ชื่อของนักบอลก็ตอบผิดตอบถูกFan club ของเขาอาจจะไม่พอใจแน่ๆ คือง่ายๆสรุปว่า ไม่รักจริง อย่ามาเลย
แต่แฟนคลับของเขานี่มีความผูกพันกันมากนะครับ ในช่วงที่เมืองไทยเกิดซึนามิเนี่ย ทางทีม Football Liverpool นี่ระดมเงินช่วยเหลือเยอะมากกับผู้เดือดร้อนโดยใหมีคำกล่าวง่ายๆน่าประทับใจว่า
"ทีมเรามีแฟนๆอยู่ทางเมืองไทยเยอะมาก
แล้วเราจะทิ้งแฟนๆของเราที่เดือดร้อนได้ไง?"

ต้นกำเหนิดของดนตรีแนวใหม่ในสมัยนั้นเช่น Rock and Roll ก็เกิดขึ้นที่ Liverpool เนี่ยแหละครับ แต่ถ้าในลอนดอนอาจจะต้องพูดถึง Studio ชื่อดังของวงนี้ที่ถนน Abbey Road
เพลงที่ดังๆของ The Beatle ก็เช่น
I want to hold your hand
Yesterday
และอีกหลายเพลงที่คงต้องไปค้นๆกันต่อนะครับ
Liverpool เป็นเมืองที่น่าประทับใจแล้วถือเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จมาก น่าศึกษานะครับว่าทางอังกฤษเขามีการพัฒนาเมืองนี้ไปในทิศทางไหนอย่างไร แล้วนำมาประยุคใช้ให้เข้ากับเมืองไทยได้เลยนะเนี่ย
^^
จบซีรี่ย์ Liverpool ละครับ
#1 By PeeTon on 2005-11-11 10:27