Liverpool 2 - การค้าทาส
posted on 06 Nov 2005 00:19 by londonboi in UKต่อๆ วันนี้จะมาพูดถึงมุมมึดของ Liverpool ในสมัยนั้น คือว่าถ้าเท้าความกันแล้วจะบอกได้ว่า Liverpool เป็นศูนย์กลางทางการค้าของอังกฤษซึ่งส่งออกสินค้าต่างๆจากอุสหกรรมในเมืองใกล้เคียงเช่น แมนเชสเตอร์ เบอร์มิ่งแฮม เชฟฟิว และเมืองอื่นๆแล้วแต่ชนิดอุตสหกรรมไป แต่อังกฤษก็ต้องนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ค้าขายด้วย แหล่งการค้าใหญ่ของอังกฤษคือ อเมริกา และ แอฟริกา

Atlantic Slave Trade
จากภาพนี่ผมไปเอามาจากเวปของ BBC นะ คือว่าอังกฤษเนี่ยมันจะส่งออกสินค้าสำเร็จรูปใช่ไหม มันจะเริ่มต้นส่งไปที่แอฟริกาแหละ แล้วจากแอฟริกามันจะไปเอาทาสผิวดำมาเป็นสินค้าแล้วเดินทางไปที่อเมริกาต่อเพื่อไปเอาสินค้าประเภทวัตถุดิบต่างๆกลับไปยังประเทศอังกฤษ คราวนี้ก็คงเข้าใจแล้วใช่มะว่าทำไมคนผิวดำอยู่เต็มอเมริกากับอังกฤษเลย ปัจจุบันนี้ก็จะเห็นได้ตามโทรทัศน์ รายการเพลงต่างๆของฝรั่ง คนผิวดำจะมีบทบาทมากในสังคมเช่นเรื่องดนตรีแบบผิวดำ แต่ก็เป็นกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมอยู่บ่อยๆเหมือนกันนะครับ คนผิวดำมาแรกๆในลักษณะทาส พวกนายจ้างจะเอามาใช้แรงงานเพราะมีรูปร่างใหญ่แข็งแรงและทนต่อการงาน คนผิวดำนี่ถูกกดขี่มากเลยนะครับ ทั้งเรื่องดูถูกสีผิว ทั้งเรื่องการใช้แรงงานอย่างทารุณเนื่องจากเป็นของซื้อขายได้แล้วจะมีวันเป็นอิสระภาพได้หรอถ้าไม่แก่ตายไป
การค้าทาสผิวดำเนี่ยเขาจะเรียกคนผิวดำว่า Nigroes(Do not say)ซึ่งปัจจุบันนี้ฝรั่งจะไม่เรียกคำนี้แล้ว เปลี่ยนใช้คำว่า Black people (Pleasesay)แทน คำว่านิโกรถือว่าเป็นคำดูถูกเยี่ยงทาส ถ้าอยู่ดีๆไปเรียกคนผิวดำว่านิโกรในต่างประเทศอาจจะโดนฟ้องร้องได้หรืออาจะโดนกระทืบตายตรงนั้นก่อนเลยก็ได้ อีกคำหนึ่งที่ห้ามพูดคือคำว่าBlack Present(Do not say) ซึ่งแปลว่าของขวัญสีดำ ก็เป็นคำดูถูกเช่นเดียวกัน มันหมายถึงประมาณว่าเธอมันเป็นทาสที่ซื้อให้กันได้ ถ้าไปพูดกับเขาก็อาจจะตายตรงนั้นก็ได้เช่นเดียวกัน
ผมได้ยินมาจากเพื่อนชาวผิวดำว่าในหลายๆประเทศทางแอฟริกาในปัจจุบันเช่น ไนจีเรีย ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเมื่อก่อนนั้นแม้จะไม่มีการค้าทาสแล้วแต่ก็ยังมีประตูที่เป็นทางเฉพาะของทาสที่จะลำเรียงขึ้นไปบนเรื่ออยู่ มันก็เป็นสิ่งที่เตือนใจคนที่นั่นว่าเมื่อก่อนเขาถูกเอารัดเอาเปรียบยังไง

แต่ในสมัยต่อมาฝรั่งก็เริ่มเห็นว่าการค้าทาสนั้นมันไม่ดี (สุดท้ายมันก็คิดได้)ในอังกฤษก็เริ่มมีการปรับจับเรือที่บรรทุกทาสมาขายและออกประกาศกฎหมายเลิกทาส และมีการจัดตั้งองค์กรที่ดูแลสิทธิมนุษยชนขึ้นมาในฝรั่งเศสทาสก็ได้เลิกพร้อมๆกับการปฎิวัติฝรั่งเศสที่มีเนื้อหาให้คนเท่าเทียมกัน ส่วนในอเมริกามีการเลิกทาสจากผลพวงของสงครามกลางเมืองและกระแสที่ล้มล้างระบบทาสจากหนังสือที่ชื่อว่า Uncle Tom's Cabin ที่ขายดีเป็นอันดับสองในช่วงนั้น (อันดับหนึ่งคือคำภีร์ไบเบิล) ทำให้คนตื่นตัวในเรื่องสิทธิของความเป็นคน หนังสือที่ชื่อว่า Uncle Tom's Cabin เนี่ยก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่แอนนา ลีโนเวล ได้นำติดตัวมายังสยามประเทศด้วย (แอนนาคือครูสอนภาษาอังกฤษที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงจ้างมาสอนภาษาอังกฤษในวัง)
การที่ Liverpool เป็นเมืองพาณิชยกรรมทำให้คนหลั่งไหลมายังเมืองนี้อยู่ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นคนอังกฤษหรือคนต่างชาติที่อพยพเข้ามาหางานทำ เมืองนี้ก็เลยกลายเป็นชุมชนแอดอัดเกิดภาวะคนว่างงานในเมืองแล้วผสมกับมีการเลิกทาสอีก คนดำก็เลยเต็มไปหมดแต่ก็ไม่ได้มีงานให้คนทำเพียงพออีก เมื่อคนไม่มีงานทำก็จะก่ออาชญากรรม ปล้น จี้ แล้วก็มีเรื่องยาเสพติดตามมาเมืองนี้ก็เลยมีสภาวะที่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ มีการประท้วงให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องงานต่างๆอยู่เสมอๆ
ซ้ำร้ายกว่านั้น Liverpool ก็ถูกลดบทบาทไปเยอะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากอังกฤษถูกบังคับให้ปล่อยอาณานิคมให้เป็นอิสระ การค้าขายกับทางแอฟริกากับทางอเมริกาก็น้อยลงไปด้วย ปัจจุบันตลาดหลักของอังกฤษก็กลับกลายมาเพิ่งพาตลาดยุโรปแทน ทุกอย่างเลยมุ่งกลับมาที่ ลอนดอน และท่าเรือฝั่งระแวกเมืองหลวงแทน Liverpool ก็เลยต้องปิดท่าเรือไป ท่าเรือที่สำคัญๆก็ไม่ได้ใช้งานแล้วเป็นเพื่อนแค่ความสงจำกับคนรุ่นหลังถึงความยิ่งใหญ่ไปแค่นั้น

Liverpool รูปนี้ผมถ่ายไว้เมื่อตอนมกราที่ผ่านมานะครับ
#1 By BigNose MV ฟังเพลงออนไลน์ on 2005-11-06 00:45