Vienna II - การเกิดดับของวังเชิงบรุน
posted on 24 Sep 2005 02:08 by londonboi in Europeวันนนี้มาเล่าเรื่องของวังเชิงบรุนของออสเตรียดีกว่านะครับผม ประเทศที่มีเนื้อที่เล็กๆอย่างออสเตรียเนี่ยถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ของมันแล้วจะพบว่ามันเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว ชื่อของอาณาจักรนี้ก็คือ Austria-Hungary เป็นการที่ 2 ประเทศมารวมกันโดยภายใต้การนำโดยรัฐบาลชุดเดียวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เวียนนา


ถ้าพูดถึงสมัยอดีตแห่งความรุ่งเรื่องของวังนี้นั้นก็คงจะต้องยกให้กับพระนางมาเรีย เทเรซ่า จักรพรรดิ์นีคนนี้เป็นคนขยันมีลูกมากครับ จะเห็นเธออ้วนตลอดเวลาเพราะท้องตลอด ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะมีลูกถึง 16 คนได้เลยล่ะ พระนางมาเรียเนี่ยชอบสีเหลืองมากครับ แต่ละชุดก็สีเหลืองทั้งนั้น วังเลยทาสีเหลือง

การดำเนินนโยบายของรัฐบาลในยุคนั้นจะใช้วิธีแต่งงานข้ามราชวงศ์เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีต่างๆ เจ้าชายเจ้าหญิงของออสเตรียก็เลยแต่งงานเข้าออกกันเป็นว่าเล่น แต่ที่ดังที่สุดก็คงจะเป็นพระนางมารีอังโตเน็ต ลูกสาวคนสุดท้องที่คุณแม่รักมากที่สุดก็ได้ถูกส่งไปแต่งงานที่ฝรั่งเศสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (อ่านรายละเอียดตอนปารีส 2 นะครับ) แต่ต่อมาบ้านเมืองเกิดการปฎิวัติขึ้น พระนางมารีอังโตเน็ตก็เลยถูกประหารด้วยกิโยตินเลยละ

รูปครอบครัวของราชวงศ์ออสเตรียสมัยนั้น จะมีกษัตริย์โจเซฟยื่นมือออกแล้วก็พระนางมาเรียเทเร่ซ่ายื่นมือเข้าตัวเอง แต่รูปนี้มีความลับและเบื้องหลังอยู่ครับ รูปนี้บอกถึงความยิ่งใหญ่ของพระนางมาเรียเทเร่ซ่าที่จะบอกคนที่มาดูรูปว่า
"Look at me... I am the only one who rules the country"

เรื่องน่ารักๆที่เกิดขึ้นในวังนี้ก็คงจะเป็นเรื่อง Mozart ครับ เด็กคนนี้ตามคุณพ่อเขามาแสดงดนตรีในวังตั้งแต่เด็กประมาณ 5-6 ขวบ มันมีเรื่องเล่าอยู่ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อโมซาทมาเล่นดนตรีที่วังเชิงบรุนนี้ทำให้ราชวงศ์ประทับใจมากจนพระนางมาเรียเทเรซ่าถามว่า
"เจ้าเล่นได้ประทับใจเรามาก...เจ้าอยากได้อะไรเราจะให้เจ้าดังปราถนา"
Mozart เหลือบไปเห็นพระนางมาเรียอังโตเน็ตแล้วบอกว่า
"เมื่อกระผมโตขึ้น กระผมจะมาขอเจ้าหญิงมารีอังโตเน็ตแต่งงานนะครับ"

พระราชวังเชิงบรุนนั้นเริ่มเจริญรุ่งเรื่องจนขีดสุด แต่นั่นเป็นแค่ภาพล่วงตาจากการจัดฉากความเจริญออกมาเป็นบทเพลง Waltz เต้นรำทั้งหลาย บทเพลงต่างๆมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติมากมายเช่นผลงานนักประพันธ์อย่าง Johann Strauss ที่กล่างถึงความร่ำรวยของเวียนนา
แต่ความจริงคือเมื่อสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นประเทศได้เข้าสู่ภาวะทดทอยจากสงคราม คนยากคนจนเยอะขึ้น คนไม่มีจะกินกันคนรวยแค่กลุ่มๆเดียว เมื่อคนรู้สึกถึงความแตกต่างนั้นก็ได้เกิดกฎบต่างๆจากกลุ่มคนที่อยู่คนละเชื้อชาติภายใต้การปกครองของออสเตรียที่พยายามแบ่งแยกดินแดนตั้งตนเป็นอิสระ จนเกิดการลอบปลงพระชนม์เจ้าชายฟรานซิสเฟอร์ดินาน จนเกิดเป็นต้นตอสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้นมา หลังสงครามออสเตรียนั้นไม่ได้มีความยิ่งใหญ่หลงเหลืออยู่เลย จนกระทั่งการเข้ามาของสงครามโลกครั้งที่ 2 และคอมมิวนิสในสงครามเย็นพระราชวังเชิงบุนก็เลยเงียบเหงาไปด้วย
เขาว่าทุกอย่างมีเกิดแล้วก็มีดับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดับแล้วจะเกิดอีกไม่ได้นิ พระราชวังเชิงบุนตอนนี้กลับมาสว่างไสวอีกครั้งและมีงดงามเหมือนเดิมหลังจากผ่านพ้นวิกฤติแล้วครับหากมีโอกาสลองไปเยี่ยมชมข้างในสักครั้งก็ดีนะ แต่ไม่ได้เข้าไปในฐานะบ้านของผู้นำประเทศแต่เป็นพิพิธภัณฑ์อะซิ คิคิ(เค้าไม่ให้ถ่ายข้างในอะ)


#1 By Hermes8455 (58.9.128.90) on 2005-09-24 02:30