Siemreap II - นครวัด
posted on 24 Oct 2009 12:40 by londonboi in Asiaปราสาทบันทายศรี
คนเขมรสมัยก่อนนี่น่าตกใจ สามารถสร้างอะไรใหญ่โตขนาดนี้ได้แล้วที่สำคัญคือ ปราสาทพวกนี้สร้างโดยความชื่อและคติ "ฮินดู" ไม่ใช่เพรียวลี่ศาสนาพุทธอย่างที่เข้าใจกัน
ฮินดูก็คือศาสนาที่เคารพพระอิศวร พระนารายณ์ อะไรพวกนี้
ทางเข้านี่จะเจอราหู อมกันตั้งแต่ทางเข้า อมกันหน้าประตูอย่างงี้ต้องเก็บรูปไว้ แลดูไฮโซแกะสลักได้เลิศมาก ราหูเป็นเทพในฮินดูที่ไปขโมยน้ำอำฤทธิ์ที่เกิดจากการกวนระหว่างเทพกับยักษ์ พอกินน้ำไปแล้วก็เป็นอมตะ พระอาทิตย์กับพระจันทร์แลเห็นเลยไว้ฟ้องพระนารายณ์ให้เอากงจักรทำลาย แต่ไม่ตายผ่าครึ่งเดียวเลยโกรธๆๆ จับพระอาทิตย์กับพระจันทร์อมเลย
ข้างในบันทายศรี ลองจินตนาการนะ ถ้ายังมีชีวิตชีวาจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเทียบๆดูแล้วจะบอกได้ว่าคล้ายๆวัดแขกแถวสีลมค่ะ (แต่ก็ใหญ่กว่าล้านเท่า)
เสาแบบคาเทเชี่ยนนี่ชอบมากๆ มานั่งคิดๆดู ชักไม่แน่ใจแล้วว่าต้นกำเหนิดจริงๆของเสาแบบนี้มาจากทางกรีกหรือเอเชียโบราณกันแน่ คงต้องศึกษาเรื่องแบบนี้แล้วเอามาตบหน้าฝรั่งมั่งค่าดีกว่านะค่ะว่ามันลอกเรียนแบบเอเชีย
ตัวอะไร??
บอกให้ก็ได้ โค ค่ะ (โค = วัว) แสดงให้เห็นว่าวิหารนี้บูชาพระอิศวร จำได้ไหม พระอิศวรจะประทับโค ชาวฮินดูเลยไม่กินเนื้อวัวเพราะเป็นญาณพาหนะของพระเจ้า ส่วนพระนารายณ์จะทรงครุต นอกนั้นใครขี่อะไรไม่รู้ลืมหมดแล้ว
รูปเรื่องรามายานะ
เรื่ยงพวกพระราม พระลักษณ์ นางสีดา อะไรพวกนี้
ด้านในของที่นี่ปิดตาย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีของดีอยู่ข้างในคือ "คำภีร์" ของศาสนาฮินดูอยู่เช่นพระเวทย์ แต่จะอยู่ในรูปแบบใดก็หาทราบไม่ อาจจะเป็นเขียนในศิลา ใบลาน หรือตามผนังแบบหนังจีน แต่ว่ากันว่ายังมีอยู่
ให้เห็นประตูชัดๆ อันนี้ก็ตอน พาลีกับสุครีพตบตีกัน
ถ่ายจากมุมด้านนอกนะ งามมาก เหมือนวัดแขกจริงๆ
คอนเฟิม
ต้นไม้อะไรไม่รู้ค่ะ สูง โคดๆ
ปราสาทแปรรูป
ปราสาทแปรรูปนี่ผมเห็นว่าสูงเลยไม่กล้าขึ้นค่ะ สร้างเป็นศาสนสถานของฮินดูอีกเช่นกัน สถานที่นี้เอาไว้จัดงานพระบรมศพของกษัตริย์นะ แลดูเหมือนพวกปิรามิดเลย
สระสรง
สระของพวกกษัตริย์ค่ะ
ไม่ต้องถามว่าเอาไว้ทำอะไร?
เพราะ
น้ำมีไว้เอาอาบคราบ
ห้าห้า
ปราสาทตาพรหม
ที่นี่ผมชอบที่สุด อามรณ์การเดินเหมือนกับแปลงร่างกายเป็น แองโจลินา โจลี่ เดินไปกระโดดไปเหมือนหนังเรื่องตูมหลายเด้อ
ปราสาทพวกนี้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไปเป็นเวลานานค่ะ มันก็ทรุดโทรมตามธรรมชาติไป แถมมีต้นไม้ขึ้นตามอิฐตามหินอีก ก็เลยต้องกระโดดดึบไปดึบมา
นี่แหละ ต้นไม้ยักษ์ขึ้นทีพังกันเป็นแถบ
เด็กเขมร
พวกนี้น่ารักนะค่ะ คุยได้ๆ ไม่ขอตัง บางทีบายๆเราด้วย
ทานอาหารเที่ยง
พักทานอาหารหลังจากจบช่วงเช้า ร้านที่นี่ก็ไม่ใช่แบบบ้านๆแถวศรีโสภณนะ เป็นร้านดูไฮโซ จริงๆไม่มีอะไรหรอก การจัดร้านของคนเขมรก็คือเอาร้านบ้านๆเรามาปูโต๊ะให้สวย จัดผ้าม่านให้สวย ก็สามารถทำร้านได้ราคาแล้ว
คนไทยน่าจะเอาแบบอย่างนะ ตกแต่งด้วยผ้า ไม่ต้องไปจ้างทำโซฟาให้เปลืองตังเหมือน หมื่นๆบาทเพื่อให้เก้าอี้ 1 ตัว
คนที่นี่ทานคล้ายๆเรา กระเพรา ผัดผัก ปลาทอด อะไรทั้งหลาย กินได้รสชาติไม่ต่างกันมาก คนที่นี่จะมีน้ำจิ้มด้วย ใช้ "น้ำปลา" เหมือนบ้านเราเลยยยยยย
ปราสาทนครวัด
ปราสาทนครวัดนี่เป็นสุดยอดอลังการเลยแบบว่าถ้ามีเศษหินกระเด็นไปที่สิงคโปร์ซักก้อน สิงคโปร์มันคงโปรโมทเป็นแหล่งท่องเที่ยว ลงหนังสือ ทำแสงสีให้แน่ๆ ก็ถือว่านครวัดเป็นสิ่งมหรรศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก คำว่านครเนี่ยภาษาเขาเรียกว่า อังกอ
อังกอ = นคร
อังกอวัด = นครวัด
อิพวกหนังสือฝรั่งมันชอบเขียนว่าคนที่ค้นพบคือ
"อองรี มูโอ"
โอ้ยอยากจะด่าว่า
"ปัญญาอ่อน"
นครวัดมันมีมานานแล้วก่อน โคดเหง้ามูโอมันจะเกิดซะอีก คนที่มาก็มาก่อนมันเยอะแยะ ร.4 แอนนา บาทหลวงปาเลอกัวก็มา อิตามูโอมันแค่เป็นนักท่องเที่ยว ไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังแล้วเอาของจากเขมรกลับไปให้พิพิธภัณท์ในฝรั่งเศส คนก็เลยมองว่า อินี่มันค้นพบ
ผมว่าน่าจะเขียนเรื่อง โกษาปานว่าเป็นคนค้นพบเมืองปารีส พระราชวังแวร์ซายและประเทศฝรั่งเศสบ้างดีกว่านะ เผื่อฝรั่งจะได้สำเนียกบ้างว่ามันไม่ได้ค้นพบห่าเหวอะไรเลย แค่มาเจอของที่มีอยู่แล้ว
มุมนี้เหมือนเซนต์ปอล์นนะ มีพระถ่าย Vedio ด้วย เนื่องด้วยพระสมัยนี้ทำแบบนี้แหละค่ะคนเขมรก็เลยไม่ค่อยศรัทธาเรื่องพระสงฆ์องค์เจ้า(เหมือนกับคนไทย)เท่าไหร่
เข้าใจว่าพระนารายณ์นะ (ผิดอย่าว่ากันจำไม่ได้)
ทุกที่จะมีรูปผู้หญิงเต้นรำ เราเรียกว่า
"นางอัปสรา"
ด้านในชั้นต่อมา (มีหลายชั้น)
คติการสร้างก็เหมือนไตรภูมิ
มีหลายชั้น นรก โลก สวรรค์
ด้านในจะต้องปีนสูงๆเหมือนขึ้นเขาพระสุเมร
มาดูด้านใน
ตรงนี้จะเป็นกำแพงซึ่งแกะสลักภาพสวยงามตั้งแต่อดีต ความใหญ่โตนี่ไม่รู้ว่าแค่ไหนแต่เชื่อว่าใหญ่กว่าวัดพระแก้วหลายเท่า (ทั้งๆที่เล่าเรื่องรามายานะเหมือนกัน)เมืองไทยจะวาดเอา ที่นี่จะแกะสลัก
การเดินต้องเดินทวนเข็มเพราะที่นี่เอาไว้เผาศพค่ะ เวลาเดินเผาศพจะเดินตามเข็มเพราะฉะนั้นเราเลยต้องเดินทวนเข็ม
เรื่องราวก็มีทั้งเรื่องสงครามสยาม-แขมร์
จะเรียกภาษาฝรั่งไงดี? Siamoi-Kamaris war?
แล้วก็มีเรื่องนกรสวรรค์อะไรพวกนี้ด้วย
แล้วก็เรื่องพวกรามยานะ เช่นพิธีกวนน้ำอมฤทธิ์
จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอดีต พอดีไปได้ยินเขาเล่ามาว่าเรื่องรามายานะเป็นเรื่องสงครามระหว่างพวกแขกกับพวกฝรั่ง พวกฝรั่งเป็นอารายัน ตัวใหญ่ เข้ามารุกราน (ก็เป็นยักษ์ไปซะ) ส่วนตัวเล็กๆก็คือพวกแขก (เป็นลิง)
ในพิธีกวนน้ำอมฤทธิ์ก็อย่างที่เล่าให้ฟังว่า ยักษ์กับลิงได้กวนน้ำ (ไม่รู้จะเรียกว่าสมานฉันได้ไหม) ยักษ์ได้ถือฝั่งหัวพญานาค ลิงถือหาง ตอนกวนๆๆๆ ก็จะมีเทพเกิดขึ้น มีนางอัปสราเกิดขึ้น ยักษ์ก็ไปเกาะแกะนางอัปสรากันจนจำนวนเหลือน้อย ลิงก็เลยชนะได้น้ำอมฤทธิ์ไป ก็ไม่รู้ว่าลิงกับยักษ์ใครร้ายกว่านะค่ะ 555 พอฟังเรื่องก็คล้ายๆกับฝรั่งแพ้สงครามเพราะการเอาผู้หญิงไปล่อเลย
เรื่องนี้ฟังมาเฉยๆนะอย่าเชื่อ 100%
นางอัปสรา
บางคนนี่นมมันแววเลย คือบางทีผู้หญิงก็มาลูบนมขอลูก
อันนี้สระน้ำในปราสาท แลดูคล้าย Bath Spa ที่อังกฤษ น่าจะเคยเขียนลง blog ไปแล้ว
อันนี้อัปสราพิเศษ ยิ้มเห็นฟันด้วย ไปเขมรหาให้เจอว่าตรงไหน มีอันเดียว
นครธม & บายน
ปราสาทนี้อยู่ในนครธม เป็นอะไรที่น่าสนใจ นครธมมีกำแพงเมืองใหญ่โตมากเป็นหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ศูนย์กลางนครธมค่ะ บายน
มุมนี้ชอบ
แต่มุมนี้ชอบกว่า
พนมบาเค็ง
วัดนี้ต้องเอาไว้เที่ยวตอนสุดท้าย (จริงๆข้ามๆหลายวัดนะ ขี้เกียจอัพเยอะ) วัดนี้เห็นวัวก็รู้ได้ว่าเป็นศาสนสถานบูชาผู้ใด
วัดนี้อยู่บนเขา นี่คือทางเดินขึ้นมาบนเขา ถ้าเดินทางตรงจะอันตรายมาก เขาเลยเดินอ้อมๆ ไม่ก็ขี้ช้างกันขึ้นมา (ขี่ช้างก็ 15 USD ได้มั้ง)
บันไดสูงมาก แทบก้าวแบบปีนเขา
แบบว่า ตกไปตายๆๆ
ตกไปตายจริงๆ
ไปนั่งรถดูพระอาทิตย์ตกดินกัน
ว๊าววววววววววววววว กำลังตก สวยมากกก
มุมหากิน









































